ผอ.ไบโอไทย จับมือ 19 เครือข่ายเกษตรกร สำรวจต่างชาติรุกที่ทำนาผ่านนอมินี พบภาคใต้มากสุด สุราษฎร์ธานี ตรัง กระบี่ ส่วนอีสานเน้นหนองคาย นครพนม อุบลฯ ภาคเหนือเชียงราย เชียงใหม่ เผยเลี่ยงกฎหมายอ้างช่วยเรื่องชลประทาน - ตั้งโรงสีความคืบหน้ากรณีนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นห่วงพื้นที่การเกษตร 130 ล้านไร่ ตกอยู่ในมือบริษัทนอมินีต่างชาติ เพื่อนำไปใช้ทำนานั้น
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เจ้าหน้าที่มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวในเวทีเสวนาวิกฤติการณ์อาหารและการรุกรานฐานทรัพยากรของชุมชน ที่ห้องประชุม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ถึงความเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านนักลงทุนต่างชาติมาร่วมทุนกับคนไทยหาซื้อที่ดินโดยใช้ชื่อคนไทยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในลักษณะเป็นนอมินีว่า ปัจจุบันราคาอาหารสูงขึ้น ส่งผลให้ประเทศมีเงินหรือประเทศอุตสาหกรรมซึ่งไม่สามารถรักษาความมั่นคงหรือหลักประกันด้านอาหาร หันมาลงทุนซื้อที่ดินเพื่อทำการเกษตรในประเทศที่เป็นแหล่งผลิตอาหาร โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ข้อมูลในปัจจุบันมีกลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดินในภาคต่างๆ ของไทยมากขึ้น และเข้ามาในลักษณะที่หลากหลาย เช่น การเข้ามาซื้อที่ดินในนามของคนไทย แต่เบื้องหลังเป็นทุนต่างชาติ หรือการตั้งบริษัทชื่อเป็นของคนไทย แต่มีชาวต่างชาติร่วมทุนในลักษณะของหุ้นไม่เกินร้อยละ 49 ซึ่งต้องเช็กในรายละเอียดอีกครั้งเพราะอาจเป็นการเข้ามาในลักษณะของตัวแทน
ขณะนี้ได้มอบหมายให้เครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ 19 เครือข่ายแต่ละพื้นที่ สำรวจว่าจุดไหนมีชาวต่างชาติ หรือสงสัยว่าจะมีชาวต่างชาติมาประกอบอาชีพเกษตรกร และอยู่ระหว่างรวบรวมได้บางส่วน ในวันที่ 14-15 มิถุนายนนี้ จะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลและจัดเวทีร่วมกับสถาบันวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ "สมัชชาประชาชนเพื่อความมั่นคงและอธิปไตยด้านอาหาร" รวมทั้งมีการประมวลเรื่องที่ดินนำมาปรึกษาหารือร่วมกันด้วย
ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำในนามภาคประชาชน และเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยทั้ง 4 ภาค มีชาวต่างชาติมาประกอบอาชีพเกษตรกร จังหวัดที่มีการลงทุนซื้อที่ดินในลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.หนองคาย จ.นครพนม และ จ.อุบลราชธานี มีนายทุนชาวไต้หวันมาซื้อที่ดิน โดยเฉพาะในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ มีการให้ทุนจากจีนในรูปแบบจะปรับปรุงชลประทานให้ ภาคใต้ ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.ตรัง และ จ.กระบี่ กลุ่มทุนที่มาซื้อที่ดินบริเวณนี้มาจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยผ่านตัวแทนหรือนายหน้าคนไทย และภาคเหนือที่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่
"นอกจากนี้ยังมีนายทุนจากประเทศญี่ปุ่นมาในรูปของนักวิชาการ ได้พูดคุยกับชาวนาคนหนึ่งบอกว่ามีชาวญี่ปุ่นมาสำรวจจะจัดตั้งโรงสีข้าว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ ขณะนี้เครือข่ายได้จัดสัมมนาตามจังหวัดต่างๆ เพื่อระดมข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ มาประมวล ในวันที่ 10 มิถุนายน จัดสัมมนาที่ จ.ขอนแก่น ส่วนวันที่ 11 มิถุนายน ไปจัดที่ จ.เชียงใหม่" ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าว
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องชาวต่างชาติมาซื้อที่ดินจะต้องมีคนในท้องถิ่นร่วมมือรู้เห็นเป็นใจด้วย คนเหล่านี้พยายามหลบเลี่ยงกฎหมาย โดยใช้นอมินี ซึ่งกรมที่ดินและประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแล ในส่วนของข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันจะได้ประมวลเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อเสนอไปยังกรมที่ดินให้ช่วยตรวจสอบการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินว่ามีลักษณะผิดปกติหรือไม่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
