ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ในบัญชีท้ายประกาศฯ ลำดับที่ 413 ระบุห้ามเครื่องสำอางมีส่วนผสมของเซลล์ เนื้อเยื่อ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากมนุษย์ ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวได้ลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมาและมีผลบังคับใช้ในวันถัดมา ดังนั้นถือว่า เครื่องสำอางรกเด็กก็ถือว่าห้ามด้วยเช่นกันเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมดังกล่าวถือว่าเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ผู้ผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย จะมีโทษตามกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ภญ.วีรวรรณกล่าว และว่า ประกาศดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับประชาคมโลก โดยสหภาพยุโรปได้กำหนดให้เซลล์ เนื้อเยื่อ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากมนุษย์เป็นวัตถุห้ามใช้ตั้งแต่ปี 2538 ส่วนอาเซียนได้กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2546 เนื่องจากเหตุผลทางด้านจริยธรรม และความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งไทยจึงได้ออกประกาศนี้ และรวมถึงวัตถุต้องห้ามอื่นๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ สารที่ต้องห้ามเพิ่มเติม ได้แก่ สารที่ใช้เพื่อบำบัด บรรเทา รักษาโรค เช่น ยาปฏิชีวนะ กรดเรทิโนอิก โลหะต่างๆ เช่น สารปรอท ตะกั่ว สารหนู สารก่อมะเร็ง เช่น ไนโตรซามีน สีย้อมผมบางชนิด สารที่เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ เช่น สารทาเลท สารที่อาจมีจุลินทรีย์ก่อโรคปนเปื้อนและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงเซลล์ เนื้อเยื่อ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากมนุษย์ รวมทั้งสารที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น คลอโรฟลูออโรคาร์บอน รวมทั้งสิ้น 1,242 รายการ โดยสามารถเปิดอ่านรายการวัตถุห้ามใช้ทั้งหมดได้ที่ www.fda.moph.go.th
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
