ผอ.โรงเรียนวัดกาหลง แค้นนักเรียน ป.6 เตะฟุตบอลโดนมือถือ สั่งเพื่อนรุมตบหัวคนละที ก่อนให้รุมทำร้ายจนสลบ ผอ.ผสมโรงใช้เท้าเหยียบที่ข้อมือและบดขยี้กับพื้นสนาม แม่พาเข้าแจ้งความ ตร. หลังติดต่อครูไม่ได้ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาขอเวลาสอบสวนให้ชัดเจนผอ.โหด
เหตุผู้ปกครองนำบุตรชายเข้าแจ้งความว่าถูกผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งให้เพื่อนนักเรียนรุมทำร้ายลูกชายเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มิถุนายน นางบังอร ชูโชติ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 9 ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ นำ ด.ช.อนุชิต ชูโชติ อายุ 12 ปี บุตรชายซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนวัดกาหลง เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.มงคลวัฒน์ จิตพงษ์ศรี สว.เวร.สภ.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ว่าบุตรชายถูกนายชรินทร์ ศิลปสมศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกาหลง ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ
ด.ช.อนุชิตเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน หลังจากที่โรงเรียนปล่อยแล้ว ตนพร้อมด้วยเพื่อนนักเรียน 25 คน มาเล่นฟุตบอลที่สนามภายในโรงเรียน ระหว่างที่เตะฟุตบอลกันอยู่นั้น ลูกบอลลอยมาหาตน จากนั้นได้เตะลูกบอลออกไป แต่ลูกบอลไปถูกโทรศัพท์ของนายชรินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ที่เหน็บไว้ที่เอว
เมื่อเห็นดังนั้นจึงเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษ โดยบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่นายชรินทร์กลับใช้มือจับที่แขน และมืออีกข้างกดที่คอให้ก้มลง พร้อมทั้งเรียกเพื่อนนักเรียนที่เล่นบอลอยู่ให้เข้ามารุมตบศีรษะ จนกระทั่งล้มลง ผู้อำนวยการโรงเรียนยังบอกเพื่อนนักเรียนอีกว่า ใครจะทำอะไรก็ทำ โดยนายชรินทร์ ใช้เท้าเหยียบที่ข้อมือและบดขยี้กับพื้นสนาม ก่อนที่เพื่อนนักเรียนทั้งหมดจะกรูกันเข้ามาใช้เท้ากระทืบตามตัว บางคนก็เตะที่ท้องและใบหน้า จนกระทั่งหมดสติไปประมาณ 10 นาที
"ตอนที่ผมโดนรุมทำร้าย มี ด.ช.ณัฐพงษ์ จันเจริญ อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 เข้ามาช่วยห้ามปราม ไม่ให้เพื่อนเข้ามาทำร้าย แต่ถูกผู้อำนวยการไล่ไม่ให้เข้ามายุ่งจนต้องถอยออกไป หลังจากผมรู้สึกตัว ผอ.ยังพูดว่าห้ามเอาเรื่องกับเพื่อนที่รุมทำร้าย ถ้าเอาเรื่องจะเรียกผู้ปกครองมาพบ ก่อนที่จะสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยที่ผมก็ไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกใคร" ด.ช.อนุชิตกล่าว
ด้านนางบังอร ผู้ปกครองของ ด.ช.อนุชิต กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันเดียวกัน เด็กเกิดอาการแน่นที่หน้าอก หายใจไม่ออก จึงพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบางบ่อ พร้อมทั้งสอบถามเด็กว่าเป็นอะไร แต่เด็กไม่บอก ต้องคาดคั้นอยู่นาน เด็กจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง หลังรักษาตัวเสร็จกลับบ้าน จึงปรึกษากันในครอบครัว แต่จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 13 มิถุนายน ยังไม่เห็นมีการเคลื่อนไหว เกรงว่าเรื่องดังกล่าวจะเงียบไป เลยเดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อขอพบนายชรินทร์ แต่ไม่พบโทรศัพท์ไปหา ก็ติดต่อไม่ได้เนื่องจากโทรศัพท์ถูกปิด รอเวลามาครึ่งวันแล้ว นายชรินทร์ยังไม่ติดต่อมา จึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน เพื่อนหลายคนของ ด.ช.อนุชิต กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องรุมทำร้ายเพื่อน เพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ ถ้าไม่ทำเกรงว่าจะถูกลงโทษ
ด.ช.ณัฐพงษ์ จันเจริญ กล่าวว่า ตนพยายามเข้าไปห้าม ไม่ให้เพื่อนถูกทำร้าย แต่ก็ถูกผู้อำนวยการขู่ว่าไม่ให้เข้าไปยุ่ง จึงต้องยืนดูเพื่อนถูกทำร้าย แต่ตนไม่ได้เข้าร่วมทำร้ายเพื่อนแต่อย่างใด
ลุงของ ด.ช.อนุชิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเด็กนักเรียนยอมรับว่าผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นคนสั่งให้ทำ หลังเกิดเรื่องพยายามโทรศัพท์ติดต่อผู้อำนวยการคนดังกล่าวหลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงต้องเข้าแจ้งความ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เคยมีความขัดแย้งกับผู้อำนวยการ เพราะผู้อำนวยการเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักด้วยซ้ำ
"ผมอยากถามว่า ทำไม ผอ.ถึงไม่ติดต่อกลับมา และไม่มาดูดำดูดีหลานชายผมเลย และทำไมถึงใช้ระบบนี้กับเด็ก ทั้งที่เป็นผู้ใหญ่ระดับนี้แล้ว ที่ผมต้องมาแจ้งความในวันนี้ เพราะเชื่อว่าต้องมีรายที่ 2 เกิดขึ้นแน่นอน" ลุงของ ด.ช.อนุชิตกล่าว
ขณะที่นายสายชล สนธ์เพชร กรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน กล่าวว่า ผู้อำนวยการรายนี้เพิ่งมารับตำแหน่งได้ประมาณ 2 เดือน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นว่าเป็นเรื่องไม่สมควร และกระทำเกินกว่าเหตุ คงต้องมีการสอบสวน หากผิดจริงก็ต้องลงโทษ
หลังจากที่นางบังอรเข้าแจ้งความ บรรดาเพื่อนบ้านและประชาชนที่อยู่ใกล้โรงเรียนประมาณ 50 คน เดินทางมาที่ สภ.เปร็ง เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบการกระทำของนายชรินทร์ว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ และถ้าผิดให้นำตัวมาลงโทษตามกฎหมายด้วย ก่อนจะไปที่โรงเรียนวัดกาหลงเพื่อดักรอพบนายชรินทร์
พ.ต.ท.ภีมเดช สาระกูล สวญ.สภ.เปร็ง ออกมาพบชาวบ้าน พร้อมทั้งรับปากว่าจะเรียกนายชรินทร์มาสอบปากคำถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ในเบื้องต้นได้รับแจ้งความในคดีทำร้ายร่างกายไว้แล้ว
ด้านนายนิวัตน์ น้อยมณี ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 กล่าวว่า ทราบข่าวเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ต้องไปดูข้อเท็จจริงที่โรงเรียนและพูดคุยกับเด็ก ผู้ปกครองจึงจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ และต้องขอเวลาในการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
