หลังจากที่เจอมรสุมชีวิต จนในที่สุดได้ค้นพบแล้วว่า สิ่งต่างๆ ล้วนแล้วแต่ไม่จีรัง มีเพียงสิ่งเดียวที่จะจีรังคือ ความดี 8 ปี ของการปฏิบัติธรรม ของ อัจฉราวดี วงศ์สกล เจ้าของร้านเพชรแบรนด์หรู เซนต์โทรเพร์ ไดมอนด์ จึงถูกกลั่นออกมาเป็นหนังสือ มีศีล...ก่อนจะสายเจ้าของหนังสือบอกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือธรรมะของคนใกล้วัด แต่เป็นธรรมะของคนไกลวัด เป็นธรรมะของคนเดินดิน กินข้าวห้าง และข้าวแกง เป็นผู้ที่อยู่ในวงจรแห่งการแสวงหาและดิ้นรน ซึ่งด้วยสภาพสังคมที่นับวันจะเดินลงไปสู่ความเสื่อมในระดับอันตราย เพราะการชี้นำและกระแสการกระทำผิดศีลในแบบที่ ใครๆ เขาก็ทำกันเป็นสิ่งอันตราย โดยเฉพาะเรื่องการฆ่าตัวตาย และการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนในสังคมขาดศีล อันเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิต
ในงานเปิดตัวยังมีคนในสังคมร่วมเสวนาธรรมหลากหลายคน อาทิ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล บอกว่า บวชมาแล้ว 4 ครั้ง กำลังจะบวชครั้งที่ 5 ได้มาคำเดียวคือ สติ ถ้าไม่มีสติ ทุกอย่างไปหมด ศีลก็ไม่มี ทำอะไรก็ผิดพลาดหมด สังคมบอบช้ำมาก ทุกคนต้องช่วยกัน ต้องช่วยประเทศของเรา หากไม่ช่วยแล้วจะรอให้ใครมาช่วย
ส่วน ดร.พาชื่น รอดโพธิ์ทอง บอกว่า จะสอนพนักงานเสมอว่าการเป็นคนทำงานเราต้องมีเขี้ยวเล็บ ไม่ใช่อ่อนไปเสียทุกเรื่อง แต่เขี้ยวเล็บนั้นต้องมีไว้ใช้กับสิ่งที่ดี ทำดี อยู่ในศีลธรรม ไม่ใช่มีไว้ข่มขู่หรือระรานผู้อื่น และคนทำงานต้องมีศีลครบทุกข้อ แม้บางครั้งจะเผลอไปบ้างก็ต้องพยายามรักษาให้ได้
สุดท้าย สมบัษร ถิระสาโรจน์ นักออร์แกไนซ์ชื่อดัง ที่มีชีวิตอยู่ทั้ง 2 ภาค ภาคหนึ่งมีแต่งานแสงสีเสียง กิเลส อีกภาคหนึ่งไปวัด
จะพยายามเตือนตัวเองเสมอว่า ให้คิดดี ทำดี ธรรมะทำให้ชีวิตสมดุล ไม่เอียงไปทางกิเลสมากเกินไป ทางสองทางระหว่างโลกกับธรรมดูเหมือนจะขนานกันไป แต่บางครั้งก็มาเดินอยู่บนเส้นเดียวกันได้
หากทุกคนมีศีล มีสติ ไม่มีคำว่า สายเกินไป
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
