ไชยาเตรียมสกัดนำเข้าบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ สั่งการกรมควบคุมโรค อย. ศึกษาข้อมูลอันตรายมีนิโคตินสูงกว่าบุหรี่ธรรมดา 15 เท่า เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดจากกรณีที่บริษัทผลิตบุหรี่ต่างชาติเตรียมนำเข้าบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์มาจำหน่ายในประเทศไทย โดยเป็นบุหรี่ที่ไม่มีใบยาสูบแต่มีสารนิโคตินและสารเคมีโพรไพลีนไกลคอลที่มีลักษณะคล้ายควันบุหรี่ บรรจุในรูปแท่ง ควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว และเทคโนโลยีอะตอม โดยใช้แบตเตอรี่สำหรับอัดไฟไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานเมื่อเจ้าของต้องการสูบ แม้ไม่มีใบยาสูบ แต่มีสารนิโคตินแท่งละ 18 มิลลิกรัม ขณะที่บุหรี่ทั่วไป 1 มวนจะมีนิโคติน 1.2 มิลลิกรัม สารนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สูงเท่าฮีโรอีน และโคเคน เป็นสารที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด นอกจากนี้ยังใส่สารชูรส เช่น สารสังเคราะห์จากผลไม้ สมุนไพร เข้ามาผสม สูบแล้วไม่ทำให้ฟันเหลือง ไม่มีควัน
นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า นับเป็นภัยตัวใหม่ หากมีการนำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งจะมีผลเสียต่อผู้ที่สูบแม้ว่าจะไม่มีควันออกมาก็ตาม แต่ปริมาณนิโคตินมีมากกว่าบุหรี่ทั่วไป หากสูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 1 มวน จะเท่ากับสูบบุหรี่ทั่วไปถึง 15 มวน ได้สั่งการให้กรมควบคุมโรค (คร.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ศึกษาข้อมูลและผลเสียบุหรี่ชนิดนี้ และหารือผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นการด่วน เพื่อป้องกันการนำบุหรี่ดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เพราะกฎหมายไทยที่มีอยู่ขณะนี้ 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 มีบทควบคุมบุหรี่ที่เป็นมวนยาสูบซึ่งมีสารนิโคตินเท่านั้น แต่ยังไม่มีบทบัญญัติควบคุมนิโคตินโดยเฉพาะ และกฎหมายยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ก็ยังไม่มีบทบัญญัติควบคุมนิโคตินโดยเฉพาะเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อที่จะวางมาตรการป้องกันให้ครอบคลุมถึงบุหรี่ชนิดนี้ด้วย
นายไชยากล่าวต่อว่า คาดการณ์ว่ากลุ่มตลาดที่บริษัทบุหรี่แห่งนี้จะนำเข้ามาในไทย คือ กลุ่มเยาวชนและวันรุ่นเนื่องจากวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่อยากรู้อยากลองของแปลกใหม่ ซึ่งจากข้อมูลวิชาการพบว่า ในการสูดสารนิโคติน (Nicotine) แต่ละครั้ง ร่างกายจะได้รับนิโคตินประมาณ 50 ไมโครกรัม ซึ่งสารนี้มีพิษร้ายแรง ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ในขณะสูบบุหรี่ระดับนิโคตินในเลือดจะเพิ่มสูงถึง 25-50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่าตัว ทั้งชายและผู้หญิง
หน้า 5
ข้อมูลจาก มติชน
