เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ห้องประชุมบริษัท รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป จำกัด มีการเสวนา เรื่อง อนาคต การจัดการศึกษาเด็กไทย เพื่อศตวรรษที่ 21 โดยรศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า สิ่งที่พ่อแม่และครูควรสอนให้เด็กไทยเป็นพื้นฐานมี 6 เรื่อง คือ 1.ให้เด็กมีความสามารถยอดเยี่ยมในภาษาไทย มีความเชี่ยวชาญในการพูด เขียน อ่านภาษาไทยระดับที่สามารถตีความได้ จะเป็นการสร้างความพร้อมในการเรียนรู้ภาษาอื่น 2.ความใฝ่รู้ใฝ่เรียน อยากรู้อยากเห็น หากคนไม่สนใจที่จะใฝ่หาความรู้ก็ไม่เกิดประโยชน์อดีตรมช.ศธ. กล่าวอีกว่า 3.มีความเป็นมนุษย์ เข้าใจและรู้จักจัดการกับอารมณ์ของตนเอง พร้อมกับการเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น และเรียนรู้วิธีการที่จะทำให้คนอื่นชอบตนเองและตนเองชอบคนอื่น หากคนขาดสิ่งนี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แม้วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปก็ตาม 4.ศีลธรรม หากพ่อแม่และครูยินยอมให้เด็กเริ่มโกงเพียงเล็กน้อยตั้งแต่เด็ก เช่น ลอกข้อสอบ อนาคตเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่จะกลายเป็นคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง 5.รู้จักไวยากรณ์สังคม เคารพความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะ และ 6.มีความทะเยอทะยาน แต่ต้องมีชีวิตที่มีคุณค่าต่อผู้อื่นด้วย
หากปลูกฝังให้เด็กไทยมีพื้นฐานทั้ง 6 เรื่องได้ แม้อนาคตจะเกิดความความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด สังคมไทยจะไปรอดอย่างแน่นอน จะสามารถฝ่าวิกฤติความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไปได้ และประสบผลสำเร็จในชีวิต รศ.ดร.วรากรณ์กล่าว
ด้านดร.อุทัย ดุลยเกษม รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า ฐานคิดเรื่องการศึกษาในประเทศไทย ยังติดอยู่กับการระเบิดขององค์ความรู้ใหม่ๆ ที่มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องหาวิธีการไล่ล่าข้อมูลใหม่ให้ได้มากที่สุด สิ่งที่สังคมไทยต้องการคือสร้างให้เด็กรู้จักการเชื่อมโยงความรู้และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม แต่จุดอ่อนของการศึกษาไทย คือ เด็กไทยขาดความคิดวิเคราะห์สังเคราะห์และเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน จึงจำเป็นต้องปลูกฝังให้คนเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของตนเอง
พลร่ม-นักรบหญิงดอกไม้เหล็กกลางม็อบ
เจาะชีวิตดอกไม้เหล็กท่ามกลางผู้ชุมนุม ตำรวจหญิงพลร่มค่ายนเรศวร 1 กองร้อย ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนม็อบพันธมิตร บุกทำเนียบ แม่-ลูกล้วนเป็นห่วง ปฏิบัติภารกิจโดยไม่ย่อท้อ ผลเจ็บแล้ว 2 ราย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
