ไทยคดีศึกษา กลุ่มประชาชนชาวไทยออกแถลงการณ์ชี้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกส่งผลให้ไทยเสียอธิปไตยเหตุต้องเปิดบ้านรับอีก 6 ประเทศมาบริหารพื้นที่กว่า2,900ไร่ในฝั่งไทยด้วย แจงสังคมกำลังสับสน จี้รัฐบาลมีความผิดต้องรับผิดชอบแนะขอถอน 5 มรดกโลกประท้วงยูเนสโกพร้อมเผยหลักฐานใหม่ก.การต่างประเทศลงนามหนุนกัมพูชาตั้งแต่ 6 พ.ค.แล้วนายเทพมนตรี ลิปพยอม นักประวัติศาสตร์อิสระในนามกลุ่มประชาชนชาวไทย
แสดงรูปและหนังสือลงนามเมื่อ 6 พ.ค.2551 โดยวีระศักดิ์ ฟูตระกูล
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันการไปกัมพูชาและสนับสนุนกัมพูชา
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่สถาบันไทยคดีศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ (มธ.) กลุ่มประชาชนชาวไทยผู้เป็นตัวแทนประเทศไทยนำโดย ม.ล.วัลย์วิภาจรูญโรจน์ นักวิชาการสถาบันไทยคดีศึกษา มธ. ผศ.น.พ.ตุลย์สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานสมัชชาประชาชนกรุงเทพ พล.ท.ปฐมพงษ์เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษาบก.ทหารสูงสุด และนายเทพมนตรี ลิปพยอม นักประวัติศาสตร์อิสระ พร้อมด้วยนักวิชาการอีกจำนวนหนึ่ง ออกแถลงการณ์กรณีปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ว่าเป็นเรื่องละเมิดสิทธิพลเมือง เพราะการบริหารจัดการประเทศกรณีการดำเนินการเจรจาเรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้นมีผลผูกพันต่อประเทศ ซึ่งผลผูกพันต่อประเทศตามแถลงการณ์ร่วมดังนี้
1. รัฐบาลไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหารและบริเวณพื้นที่โดยรอบ
2. ข้อสงวนของไทยครอบคลุมถึงสิทธิของไทยที่มีอยู่ในขณะนี้และที่จะพึงมีในอนาคตตามกฎบัตรสหประชาชาติและธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศทุกข้อบทรวมทั้งข้อ60 ซึ่งไม่มีการจำกัดเวลา10 ปีดังเช่นข้อ 61ซึ่งมักมีผู้เข้าใจที่สับสนและคลาดเคลื่อนและข้อ 33ของกฎบัตรสหประชาชาติรับรองสิทธิของประเทศคู่พิพาทอย่างกว้างขวางตามที่ไทยสงวนสิทธิไว้นั้นถูกเพิกถอนไปด้วยตามแถลงการณ์ร่วมนี้
3. เสียอธิปไตยในเขตพื้นที่อนุรักษ์หรือพื้นที่ N3 โดยยอมรับการบริหารจัดการตามที่กัมพูชาเสนอและในที่สุดแล้วไทยจะเป็นเพียง1 ใน7 ประเทศผู้บริหารจัดการและ 4.มีผลให้ไทยยอมรับรองแผนที่กัมพูชาทั้งนี้ข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการเยียวยาแก้ไขคือให้รัฐบาลยกเลิกแถลงการณ์ร่วมอย่างเร็วที่สุดยกเลิกการรับรองแผนที่ของกัมพูชาพร้อมทั้งเร่งสำรวจและจัดการหลักเขตแดนให้ชัดเจนหากรัฐบาลจะบอกขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมในส่วนขององค์ประกอบอื่นๆในปีหน้านั้น ขอให้ฟังความคิดเห็นของประชาชนและขอให้คำนึงถึงมิติเรื่องเส้นเขตแดนซึ่งหมายถึงผลประโยชน์และความเป็นธรรมของประชาชนและประเทศทั้งสองฝ่ายที่พึงมี
ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวว่าที่ผ่านมานักวิชาการพยายามเตือนว่า หากไปขึ้นทะเบียนภายหลังก็เท่ากับว่าต้องเดินตามแผนที่และแผนพัฒนาของกัมพูชา ซึ่งไม่เกิดผลอะไรส่วนทางออกที่จะขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกันในพื้นที่ดังกล่าวควรเจรจาจัดทำหลักเขตแดนซึ่งอย่าใช้วาทกรรมว่า ปักปันเขตแดนเพราะถ้าอ้างแบบนี้จะเป็นการอ้างถึงสิทธิทางเขตแดนของไทยได้น้อยมากที่สำคัญการอ้างแบบนี้จะมีนัยแอบแฝง
สำหรับการปักปันทำหลักเขตแดน700กม.ระหว่างไทย-กัมพูชาจนไปถึงเขตแดนในทะเลถ้าอ้างว่ายังปักปันเขตแดนไม่เสร็จ สิ่งที่ตามมาคือรัฐบาลหรือใครก็ตามที่เคยตกลงเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาไว้ทั้งทางบกและทางทะเลที่ถึงขนาดไปลงนาม MOU ไว้จะเป็นกระบวนการที่รับรองการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนนี่คือสิ่งที่นักวิชาการเตือนตั้งแต่แรกและพบว่าผลในปัจจุบันไทยได้เสียดินแดนบริเวณรอบปราสาทพระวิหารไปแล้ว
ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวต่อไปว่าตามแผนบริหารจัดการมีพื้นที่ประมาณเกือบ 2,900 ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่ของไทยดังนั้นไทยจะต้องถูกกำหนดทิศทางการบริหารจัดการพื้นที่โดยประเทศที่เป็นคณะกรรมการร่วมอีก6 ประเทศและกัมพูชาหมายความว่าจากเดิมที่เราเป็นเจ้าของพื้นที่เพียงคนเดียวต้องเปิดบ้านให้อีก6 ประเทศเข้ามาจัดการเท่ากับเสียอธิปไตยไปโดยปริยายดังนั้น
สิ่งที่รัฐบาลทำไว้ในการตกลงเรื่องเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเลซึ่งไม่ได้ผ่านกระบวนการของสภาพผู้แทนราษฎรโดยรัฐบาลอ้างถึงระบบจัดการที่ทำให้มีความถูกต้องในมุมของรัฐบาลเองทำให้เป็นที่เคลือบแคลง อย่างไรก็ตาม ปัญหาปราสาทพระวิหารไม่ใช่ปัญหาระหว่างไทยกับนานาชาติแต่เป็นปัญหาระหว่างประชาชนไทยกับรัฐบาลซึ่งเราเป็นห่วงมากว่ารัฐบาลกำลังโกงประชาชน
ด้าน นายเทพมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีช่องทางยับยั้งการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกได้โดยขอให้นายปองพล อดิเรกสารประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทยอยู่ต่อที่ควิเบก ประเทศแคนาดา เพื่อทำหนังสือคัดค้านแขวนการขึ้นปราสาทพระวิหารต่อยูเนสโก ถ้าหากไม่สามารถดำเนินการได้แล้ว
ขั้นตอนต่อไปต้องขอให้ไทยถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของยูเนสโกและขอถอนการเป็นมรดกโลกของไทยอีก 5 แห่งได้แก่ อยุธยา บ้านเชียงเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ดงพญาเย็น รวมถึงที่ไทยจะเสนอขอขึ้นทะเบียนอีก2 แห่งได้แก่เส้นทางอารยธรรมขอมโบราณพิมาย ปราสาทเมืองต่ำ พนมรุ้งและอุทยานแห่งภูพระบาท เพื่อเป็นการประท้วงมติยูเนสโกและประเทศสมาชิกเห็นว่า ไทยไม่ยอมรับในมติดังกล่าว
"การลงนามของนายนพดลในครั้งนี้ทำให้ไทยเสียอธิปไตยในพื้นที่บัฟเฟอร์โซนหรือพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 2,900 ไร่บวกกับ150 ไร่บริเวณที่ตั้งปราสาทพระวิหารเพราะคณะกรรมการมรดกโลกได้ให้อีก6 ประเทศมาบริหารจัดการในพื้นที่ของเราซึ่งทั้งที่จริงแล้วคือพื้นที่ของไทยเพียงหนึ่งเดียวซึ่งภายหลังคณะกรรมการมรดกโลกประกาศรับรองปราสาทพระวิหารเป็นมรดโลกแล้วผมได้รับข้อมูลว่าประเทศฝรั่งเศสได้รับสัมปทานทำแผนที่บริหารจัดการเขาพระวิหารทั้งหมดและขอให้จับตาบริษัทจากประเทศไทยแห่งหนึ่งจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการบูรณะปราสาทพระวิหารด้วย" นักประวัติศาสตร์อิสระกล่าว
นายมนตรี กล่าวต่อไปว่ าขณะนี้ตนได้รับหลักฐานที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน คือหนังสือลงนามโดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.
เห็นด้วยในแถลงการณ์ร่วมซึ่งยืนยันได้ชัดเจนว่าเรายินยอมสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทวิหารโดยลำพัง ทั้งนี้ส่วนจะมีการล่ารายชื่อประชาชนให้ขับไล่นายนพดลหรือไม่นั้นนักวิชาการจะขอดูท่าทีของรัฐบาลก่อนว่าจะมีจิตสำนึกลาออกเองหรือไม่
ด้าน พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรสุข ประธานที่ปรึกษาบก.ทหารสูงสุดกล่าวว่าบทบาทของทหารจากนี้ไป ต้องรักษาอธิปไตยของเราไว้ไม่ใครเข้ามารุกล้ำดินแดน พร้อมทั้งปกป้องประชาชนชาวไทยให้ถึงที่สุด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
