เด็กไทยเมินวรรณกรรม เทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ป่วนบูธแจ่มใสแทบแตก เพราะโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ จ่าย 399 บาทหยิบหนังสือไม่อั้น เด็กวัยรุ่นแห่ซื้อจนหนังสือที่เตรียมไว้ 3 แสนไม่พอ เจ้าหน้าที่แจ่มใสขอโทษ ไม่คาดคิดว่าจะได้รับความสนใจมากมายขนาดนี้ ด้านขาโจ๋เผยไม่เคยอ่านวรรณกรรม เพราะเครียด ไม่สนุก สู้นิยายรักๆ ใคร่ๆ ไม่ได้ปรากฏการณ์วัยรุ่นไทยเข้าแถวหลายพันคนเพื่อซื้อคูปอง 399 บาท โปรโมชั่นขายหนังสือของสำนักพิมพ์แจ่มใส ในงาน เทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยสามารถเลือกหยิบหนังสือได้ไม่อั้นภายในเวลา 20 นาที และเข้าไปซื้อหนังสือในห้องประชุม 4 ได้รอบละ 300-500 คน ซึ่งได้รับความสนใจจากวัยรุ่นไทยจำนวนมาก จนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น เนื่องจากหนังสือที่เตรียมไว้ 1 แสนเล่ม ไม่พอต่อความต้องการ กระทั่งเวลา 12.00 น. สำนักพิมพ์แจ่มใสได้ประกาศยกเลิกการขายหนังสือ ทำให้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้บัตรคิวที่สำนักพิมพ์แจ่มใสแจกให้ จึงเกิดการประท้วงที่สำนักพิมพ์ไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
น.ส.ยุพาภรณ์ เปรมภักดี เจ้าหน้าที่บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด กล่าวว่า สำนักพิมพ์ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจมาก ทำให้หนังสือที่เตรียมไว้หมด และไม่สามารถขนย้ายหนังสือมาจากสำนักพิมพ์ได้ทัน ทำให้ประชาชนที่มารอคอยต้องผิดหวัง สำนักพิมพ์ต้องขอโทษต่อความไม่พร้อมในครั้งนี้ด้วย แต่วันที่ 18 กรกฎาคม ไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นแน่ เพราะสำนักพิมพ์จัดหนังสือมาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแล้ว
เจ้าหน้าที่สำนักพิมพ์แจ่มใส กล่าวว่า แผนการจำหน่ายหนังสือบุฟเฟ่ต์มี 3 วัน คือ วันที่ 17-19 กรกฎาคม แต่วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก ทำให้หนังสือที่เตรียมมาประมาณเกือบ 1 แสนเล่ม ไม่เพียงพอต่อความต้องการ สำนักพิมพ์จึงเปิดบริการเหลือเพียง 2 วัน และเอาหนังสือที่เหลือประมาณเกือบ 2 แสนเล่ม ลงภายในวันที่ 18 กรกฎาคม วันเดียวให้หมด ดังนั้นผู้ที่จะเดินทางมาซื้อหนังสือในวันที่ 19 กรกฎาคม ทางสำนักพิมพ์แจ่มใสต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถให้บริการได้อีก เพราะขณะนี้หนังสือหมดสต็อกแล้ว
"น้องเบญ" เบญภา บุญโสภาศ นักศึกษาปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต หนึ่งในผู้ยืนต่อแถวซื้อหนังสือบุฟเฟ่ต์ กล่าวว่า เป็นสมาชิกของสำนักพิมพ์แจ่มใสมาตั้งแต่ ม.ปลาย ตั้งใจมางานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนเพื่อมาซื้อหนังสือสำนักพิมพ์แจ่มใสโดยเฉพาะ เป็นแนวนิยายที่สนุกสนาน ให้ความบันเทิงได้เป็นอย่างดี หนังสือส่วนมากจะเป็นประเภทรักใสๆ โรแมนติก กุ๊กกิ๊ก และเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ส่วนหนังสือประเภทอื่น อย่างวรรณกรรมเยาวชน สารคดี เรื่องสั้น บทความ ฯลฯ เคยหยิบมาอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบ ไม่สนุก เพราะรู้สึกเครียด แต่สำหรับนิยายของสำนักพิมพ์แจ่มใสเป็นความรักใสๆ อ่านแล้วอมยิ้มได้ เวลาเครียดก็รู้สึกผ่อนคลาย
"2 วัน ที่มีการเปิดจำหน่าย มารอซื้อหนังสือตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนกระทั่งประมาณ 10 โมงกว่าๆ ก็ได้เข้าไปเลือกหนังสือ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที และใส่ถุงที่ทางสำนักพิมพ์ให้มา ถ้าใครจัดเรียงดีๆ ก็สามารถบรรจุได้ถึง 20 เล่ม ทั้งนี้การจัดงานเตรียมการในวันที่ 18 กรกฎาคม ดีกว่าวันที่ 17 กรกฎาคม เพราะมีหนังสือเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน สามารถเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ไม่แออัดมาก ส่วนวันที่ 17 กรกฎาคม มีความวุ่นวายเยอะ ทำให้หลายคนที่ไม่ได้ซื้อประท้วงต่อว่าสำนักพิมพ์" น้องเบญ กล่าว
ขณะที่ผู้ปกครองรายหนึ่งที่พาลูกมาซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์แจ่มใสแต่ผิดหวัง กล่าวว่า สำนักพิมพ์ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อเชิญชวนให้สมาชิกผู้อ่านได้มาซื้อหนังสือบุฟเฟ่ต์ ซึ่งเห็นว่าน่าจะมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับจำนวนเงิน 399 บาท แต่สามารถเลือกซื้อหนังสือได้มากกว่า 10 เล่ม แต่ละเล่มมีราคาตั้งแต่ 120-200 บาท แต่เมื่อไม่ได้หนังสือกลับไปก็รู้สึกเสียอารมณ์อย่างมาก เหมือนถูกลอยแพ ทั้งๆ ที่ตั้งใจมาซื้อหนังสือ แต่สำนักพิมพ์กลับอ้างว่าหนังสือหมด แม้ว่าจะแก้ปัญหาด้วยการแจกบัตรคิว แต่ก็ทำให้เสียเวลามาใหม่ หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด เช่น นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรีก็มี การกระทำเช่นนี้ไม่มีความรับผิดชอบ ทั้งที่จริงแล้วควรจะนำหนังสือเข้ามาเพิ่มเติม เพราะในคลังหนังสือก็มีเยอะอยู่แล้ว
นายสมยศ สามกษัตริย์ รองผู้จัดการศูนย์หนังสือจุฬาฯ กล่าวว่า หนังสือในตลาดมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1.หนังสือตามใจนักอ่าน 2.หนังสือที่ต้องอ่าน โดยปกติสำนักพิมพ์จะต้องพิมพ์หนังสือทั้ง 2 ประเภทมาในสัดส่วนเท่ากัน หนังสือตามใจวัยรุ่น ภาษาสั้น อ่านง่าย ขายคล่อง เพื่อจูงใจเด็กรักการอ่าน ส่วนเด็กบางคนสมาธิสั้น ไม่ชอบอ่านหนังสือยาวๆ สำนักพิมพ์ที่เห็นแก่เรื่องธุรกิจจะเน้นหนังสือประเภทนี้มาก เพราะตลาดวัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบอ่าน และนับวันจะเพิ่มปริมาณการพิมพ์มากขึ้น ตัวเลขสั่งพิมพ์ต่อเรื่องประมาณ 1 หมื่นเล่ม หนังสือที่ต้องอ่าน หนังสือที่ควรอ่าน ที่มีวรรณศิลป์สวยงาม เป็นเรื่องยาวๆ เริ่มลดน้อยลง กลายเป็นเรื่องย่อในที่สุด เช่น สามก๊ก สังข์ทอง ปัจจุบันเด็กหันไปอ่านหนังสือผ่านคอมพิวเตอร์มากขึ้น ทำให้การอ่านหนังสือที่มีเนื้อหายาวๆ ลดลงด้วย
นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้เด็กและเยาวชนไทยอ่านเอาเรื่อง ย่อความและเรียงความไม่เป็น เพราะมีสื่ออื่นๆ มาดึงดูดใจมากกว่า แถมยังคิดไม่เป็น จับประเด็นไม่ได้ ยังเกิดมาจากปัญหาเขาวงกต วงการวรรณกรรมน้ำเน่าวนเวียนอยู่แค่การพิมพ์หนังสือที่ได้รับรางวัล เพราะมีผลกับการขาย นักเขียนมักจะเขียนเพื่อเอารางวัล ส่วนสำนักพิมพ์จะพิมพ์หนังสือจำนวนหนึ่งเท่านั้น เมื่อได้รับรางวัลถึงจะพิมพ์ออกจำหน่ายเพิ่มมากๆ เพราะคนอ่านก็มักอ่านผลงานที่ได้รับรางวัล จนไปถึงห้องสมุดตามสถานศึกษาต่างๆ เรื่องนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งลงมาแก้ไข หลักสูตรการเรียนการสอนภาษาไทยให้ยังมีวิชาย่อความ เรียงความ
"ส่วนใหญ่เด็กและเยาวชนไทยจะซื้อแต่หนังสือที่ได้รับรางวัลเท่านั้น วนเวียนอยู่แค่นี้ ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทางออกของเรื่องนี้คือ การสร้างเวทีประกวดวรรณกรรม เรื่องสั้น ผ่านการรับรองของหน่วยงานต่างๆ เช่น ผลงานศิลปินแห่งชาติดีๆ แต่ไม่มีรางวัล มาให้เด็กย่อเรื่องนวนิยาย สอนให้เด็กรักการอ่าน จับประเด็น แล้วนำมาเขียนเป็นเรียงความเพื่อให้เด็กไทยอ่านเป็นและย่อความเป็น" ศิลปินแห่งชาติกล่าว
นางสุกัญญา ชลศึกษ์ หรือ กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า เด็กเยาวชนรุ่นใหม่หันไปอ่านการ์ตูน ซึ่งไม่ได้ให้วิธีการคิดการเขียนที่ถูกต้อง ส่งผลให้เด็กไทยชอบอ่านแต่เรื่องง่ายไม่ยอมอ่านเรื่องที่มีความยาก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าห่วงอย่างยิ่ง ดังนั้นสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำ คือ เร่งส่งเสริมการอ่าน ติดตามการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ให้เกิดผลอย่างจริงจัง
ขณะที่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญของภาษาไทยน้อยลงมาก และยังมองข้ามการพัฒนาเด็ก เยาวชนในการเรียนรู้เรื่องบทกวี บทความ แต่กลับมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาในวัตถุนิยม ตามกระแสโลกาภิวัตน์มากเกินไป เรื่องภาษาไทยจึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง อีกทั้งการให้ความสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นและได้รับความศรัทธาจากต่างชาติ มาจากประวัติศาสตร์ ภาษา และวัฒนธรรม
ผมได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปรับหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้คุณธรรมจริยธรรม บทกลอน และกวี เสริมเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้รู้จักรากเหง้าของภาษา และวัฒนธรรมกลับคืนมา ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม จัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมในโรงเรียนขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กและเยาวชนใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
