ความคืบหน้ากรณีที่เครือข่ายรักษ์ทะเลกรุงเทพฯเตรียมยื่นหนังสือต่อนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. เพื่อคัดค้านการที่ กทม.เตรียมเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแก้ไขการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนจากไส้กรอกทรายเป็นการใช้กล่องพลาสติคใส่หินแทน โดยนายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตามหลักวิชาการแล้ว การเปลี่ยนวัสดุมาใช้หินใส่กล่องเป็นแนวกันคลื่นแทนไส้กรอกทราย ก็ไม่น่าจะได้ผล แถมยิ่งทำให้จมเร็วขึ้นเนื่องจากผิวพลาสติคมีความลื่นและพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นโคลนหนาเกือบ 20 เมตรผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมถึงใช้แบบนี้ นักวิชาการทั่วโลกไม่มีใครเขาใช้รูปแบบทรีกรอยน์กับหาดโคลน แม้กระทั่งหาดทรายเขายังไม่กล้าเลย ที่ผ่านมานักวิชาการชายฝั่งแย้ง กทม.กันทุกคน แต่เขากลับฟังแต่บริษัทที่ปรึกษา ผมไม่รู้ว่ามีผลประโยชน์หรือเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า เหมือนเขาตั้งโจทย์เอารูปแบบไว้แล้ว เราก็งงๆ เหมือนกัน นายธนวัฒน์กล่าว
นายธนวัฒน์กล่าวว่า รูปแบบที่น่าได้ผลในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เป็นโคลน คือการสร้างเขื่อนสลายกำลังคลื่น ซึ่งได้กำลังทำการวิจัยอยู่ที่ขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ และในวันที่ 8 สิงหาคมนี้จะมีการประชุมใหญ่สรุปผลการวิจัยภายหลังจากได้ทดลองทำมาแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ผลดีมาก โดยมีตะกอนเพิ่มขึ้น 60-70 เซนติเมตร
พูดได้ว่าของเราที่ทดลองอยู่ที่ขุนสมุทรจีนรุดหน้าไปกว่าที่อื่นมาก ตอนนี้ทั่วโลกยังไม่มีประเทศไหนแก้ปัญหาได้ ซึ่งนักวิชาการของธนาคารโลกมาดูงานและให้การยอมรับ ผมจึงไม่เข้าใจว่าทำไม กทม.ถึงไม่เห็นตรงนี้ ตอนนี้เราไม่ได้พูดเพียงว่าเขื่อนสลายพังคลื่นนี้แก้ปัญหาเรื่องการกัดเซาะอย่างไร แต่มองไปถึงการป้องกันการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลได้อย่างไร จากสภาวะโลกร้อน นายธนวัฒน์กล่าว
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
