รศ.นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คว้ารางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะประจำปีนี้ ไปครอง พร้อมผู้ว่าหญิงฟิลิปปินส์ และคู่สามีภรรยาชาวอินเดีย ที่สร้างรพ.และรร.ให้ชนเผ่าในพื้นที่ห่างไกลรศ.นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ
มูลนิธิรางวัลรามอน แมกไซไซ ในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลที่ได้รับการยกย่องว่าเทียบเท่ารางวัลโนเบลแห่งเอเชีย ประกาศวันนี้ (31 ส.ค.) มอบ รางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจำปีนี้ ให้แก่ รศ. นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รศ.นายแพทย์เทอดชัย ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จากความพยายามอุทิศตนจัดหาขาเทียมให้แก่ผู้พิการที่มีฐานะยากจน ผ่านเวิร์กชอปเคลื่อนที่ รวมถึงในมาเลเซีย ลาว และพม่า ซึ่งผู้คนต้องสูญเสียขาจากการเหยียบกับระเบิด โรคเบาหวาน และถูกงูกัด
ศูนย์พัฒนาการเกษตรและชนบทของฟิลิปปินส์ ได้รับรางวัลแมกไซไซสาขาบริการสาธารณะเช่นกัน ในฐานะที่ประสบความสำเร็จในการนำสินเชื่อรายย่อยไปปรับใช้ตามรูปแบบธนาคารกรามีนของบังคลาเทศ จนสามารถให้บริการทางการเงินแก่สตรียากจนได้ครึ่งล้านคน
ผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซคนอื่น ได้แก่ นางเกรซ พาดาคา วัย 44 ปี ผู้ว่าราชการหญิงในฟิลิปปินส์ ซึ่งคว้ารางวัลสาขาบริการภาครัฐไปครอง ในฐานะที่เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในจังหวัดอิซาเบลา ได้ทวงสิทธิ์ทางประชาธิปไตยในการเลือกตั้งผู้นำกลับคืนมา
นางพาดาคา เป็นโปลิโอตั้งแต่เด็ก และเคยทำงานเป็นสมุห์บัญชีให้สถานีวิทยุแห่งหนึ่ง จนไต่เต้าขึ้นเป็นนักวิจารณ์ทางวิทยุที่มีชื่อเสียงด้านการสู้รบกับการคอร์รัปชัน การพนันผิดกฏหมาย การตัดไม้ และสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาของบ้านเกิดของเธอ รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย
นางพาดาค าพ่ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาให้กับตระดูลดาย ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลทางการเมืองเมื่อปี 2544 แต่เอาชนะคนจากตระกูลนี้ได้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อปี 2547 และได้รับเลือกอีกสมัยเมื่อปี 2550
ขณะที่ นายปรากัช และ นางแมนดากินี อัมเต แพทย์สองสามีภรรยาชาวอินเดีย ได้รางวัลสาขาผู้นำชุมชน ในฐานะที่เสริมสร้างศักยภาพของชนเผ่ามาเดีย กอนดส์ ในรัฐมหาราษฏระ ให้สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมสมัยใหม่ ด้วยการใช้วิธีรักษาและวิธีการสอนของทั้งคู่
สามีภรรยาอัมเตละทิ้งชีวิตในเมืองเมื่อปี 2517 หลังจากบิดาของนายปรากัชขอให้เขาไปช่วยจัดทำโครงการใหม่ให้ชนเผ่ามาเดีย กอนดส์ ซึ่งมีชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์ และเพาะปลูก สองสามีภรรยาย้ายไปอยู่แถบเฮมัลกาสา อันเป็นดินแดนห่างไหล และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับชนเผ่าดังกล่าว รวมถึงเรียนรู้ภาษา จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจจากชนเผ่านี้ในที่สุด
โรงพยาบาลขนาด 50 เตียงและคณะแพทย์ 5 คนที่สองสามีภรรยาก่อตั้งขึ้น รองรับคนไข้ปีละ 40,000 คนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนโรงเรียนที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นก็สอนให้ชนเผ่าทำการเกษตร อย่างปลูกผัก ผลไม้ และข้าว นอกจากนั้น ยังกระตุ้นให้ชนเผ่าอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า
นายอากิโอะ อิชิอิ ประธานบริษัทสิ่งพิมพ์อากาชิ โชเตนในญี่ปุ่น ได้รับในสาขาสื่อสารมวลชน วรรณกรรม และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ในฐานะที่ตีพิมพ์งานที่เน้นเรื่องการกีดกัน สิทธิมนุษยชน และหัวข้อยากๆ ในสังคมญี่ปุ่น สำหรับ รางวัลสาขาสันติภาพและความเข้าใจระหว่างประเทศเป็นขอ งนายอาห์หมัด ยาฟิอิ มาริฟ นักวิชาการอินโดนีเซีย ที่แนะนำให้ชาวมุสลิมใช้แนวทางอดกลั้นเป็นพื้นฐานด้านความยุติธรรมและสมานฉันท์ ขณะที่ นส.อแมนดา กาลัปปัตติ นักจิตวิทยาจากศรีลังกา ได้รับสาขาผู้นำรุ่นใหม่ เนื่องจากมีเจตนารมย์ส่วนตัวที่จะจัดหาบริการอย่างมีประสิทธิภาพแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามและภัยพิบัติต่างๆ อย่างสึนามิ
ทั้งนี้ รางวัลแมกไซไซ ตั้งชื่อตามประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ซึ่งเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางอากาศเมื่อปี 2500 และจะมีการมอบรางวัลในวันที่ 31 ส.ค. ที่กรุงมะนิลา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
