ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ นัดประจำวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค. หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์พบกับ เดอะ ทร็อตเตอร์ส โบลตัน วันเดอเรอร์ส เริ่มเกมเพียงนาที 17 ซามี ฮูเปีย ก็โหม่งให้ทีมเยือนขึ้นนำก่อน 1-0 จากนั้นนาที 38 โบลตัน มีโอกาสดีที่จะตีเสมอเมื่อ โฆเซ เรนา ดันไปชนกับ เจมี คาร์ราเกอร์ บริเวณกรอบเขตโทษทำให้ นิโคลาส์ อเนลกา มีโอกาสซัดโล่งๆ แต่ซัดไม่เข้าไปอย่างเหลือเชื่อ จนในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เฟอร์นานโด ตอร์เรส ก็บวกให้เจ้าบ้านนำห่าง 2-0 เข้าครึ่งหลังนาที 56 สตีเวน เจอร์ราร์ด สังหารจุดโทษให้ทีมนำไกลถึง 3-0 ก่อนจะปิดกล่องได้อีกเม็ดในนาที 85 จาก ไรอัน บาเบล ทำให้ ลิเวอร์พูล ชนะไป 4-0 มีเพิ่มเป็น 30 แต้มจาก 14 นัด พร้อมรักษาสถิติไม่แพ้ใครในซีซั่นนี้ไว้ได้ต่อไป และเขยิบขึ้นมาอยู่อันดับ 3 โดยมีแต้มเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี แต่ลิเวอร์พูล ลูกได้เสียดีที่สุด ส่วน โบลตัน มี 11 แต้มเท่าเดิมอยู่อันดับ 17ด้าน ไก่เดือยทอง ทอตแนม ฮอทสเปอร์ เล่นในถิ่นไวท์ฮาร์ท เลนเจอกับ เดอะ บลูส์ เบอร์มิงแฮม ซิตี ที่มี อเล็กซ์ แม็คลีช ผู้จัดการทีมคนใหม่คุมทัพเป็นนัดแรก เกมครึ่งแรกกองเชียร์เจ้าบ้านเงียบกริบเมื่อทีมเยือนขึ้นนำก่อน 1-0 แกรี แม็คเชฟฟรีย์ ซัดลูกจุดโทษนาที 23
ครึ่งหลังนาที 50 เจ้าถิ่นก็มาตีเสมอ 1-1 จากร็อบบี คีน ยิงลูกจุดโทษบ้างในนาที 49 ต่อจากนั้น สเปอร์ ก็แซงกลับขึ้นเป็นฝ่ายนำจาก คีน คนเดิมใน นาที 52 อย่างไรก็ดีทีมเยือนยังมีลูกฮึดและตามตีเสมอ 2-2 จาก คาเมรอน เจอโรม นาที 62 และถัดมาสถานการณ์ของสเปอร์ยิ่งแย่เมื่อ คีน โดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากการไปทำฟาวล์ ฟาบริซ มูอัมบา ช่วงเวลาที่เหลือเกมทำท่าจะลงเอยด้วยผลเสมออยู่แล้ว แต่ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 2 เซบาสเตียน ลาร์สสัน ซัดไกลสุดสวยลูกเสียบสามเหลี่ยมเป็นประตูสำคัญช่วยให้ เบอร์มิงแฮม บุกมาคว้าชัย 3-2 มีเพิ่มเป็น 14 แต้มจาก 15 นัดกระโดขึ้นไปรั้งอันดับ 12 ส่วน สเปอร์ มี 12 แต้มเท่าเดิมอยู่อันดับ 16
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
