ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องการเดินทางไปประชุมกับสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบ้า) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ระหว่างวันที่ 9-10 พ.ค.นี้ว่า หลังจากที่ ชิง กั๊วะ วู ชาวไต้หวันได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานไอบ้า ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา 5 คน จาก 5 ทวีป ตนในฐานะที่เป็น “รมต.กีฬา”ก็ได้รับเลือกให้มาเป็น 1 ในคณะกรรมการพิเศษชุดนี้เพื่อร่วมกันวางมาตรการและแนวทางที่จะทำให้วงการมวยสากลสมัครเล่นมีความบริสุทธิ์-ยุติธรรมมากขึ้น เนื่องจากในช่วงหลังๆ “ไอบ้า” มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี และวงการมวยสากลสมัครเล่นก็ถูกตำหนิมากว่ามีการโกงเกิน มีการติดสินบนกรรมการ มีการทำทุกวิธีทางเพื่อเอชนะคู่แข่ง จนค้าสายตาคนดูทั่วโลกสร้างจริยธรรมให้เกิดขึ้นในวงการมวยสากลสมัครเล่น รวมทั้งหาแนวทางที่ทำให้การตัดสินโปร่งใส ซึ่งอาจจะนำไปถึงแนวทางการแก้ไขกฎของการแข่งขันบาง อย่าง เพราะตอนนี้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ไม่พอใจการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นค่อนข้างมาก และมีแนวโน้มที่อยากจะถอนมวยสากลสมัครเล่นออกจากกีฬาโอลิมปิก เนื่องจากมีการทุจริตกันมากมีแนวคิดหลายอย่างที่ผมจะนำไปเสนอ และร่วมพูดคุยกับตัวแทนจาก 4 ทวีป ซึ่งเรื่องของการให้คะแนน การตัดสินที่ยุติธรรม และการทำให้มวยสากลสมัครเล่นเป็นกีฬาที่คนอยากจะชม เป็นเรื่องที่คณะกรรมการชุดพิเศษนี้จะต้องมาร่วมกันคิด เพราะหากทำให้มวยสากลสมัครเล่นเป็นกีฬาที่ตัดสินกันอย่างโปร่งใสแล้ว คงจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กีฬาอีกหลายชนิดได้นำไปใช้ รวมไปถึงการกำหนดให้ตัวประธานหรือผู้บริหารอยู่ในตำแหน่งไปกี่ปี เช่น ควรจะให้อยู่ในตำแหน่งเพียงแค่ 8 ปีจะดีไหม เนื่องจากปัญหาใหญ่ของวงการกีฬาทั่วโลก ก็คือ ผู้บริหารอยู่ในตำแหน่งยาวนาน 10-20 ปี จนหลงอำนาจ และผลประโยชน์ สร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการกีฬาทั่วโลก ซึ่งแนวคิดนี้ ชิง กั๊วะ วู ก็เห็นด้วยเช่นกัน และหากการแก้ไขหรือวางกฎระเบียบต่าง ๆ เรียบร้อย อาจจะมีการทำเป็นหนังสือแม่บท เพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกทั่วโลก จะได้ปฏิบัติตามแนวทางใหม่ของไอบ้า
ส่วนเรื่องการพิจารณาผลตอบแทนให้กับนักกีฬาที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาตินั้น ดร. สุวิทย์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. แบ่งเป็น 1.นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ (ปกติและพิการ) ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติในการแข่งขันระดับนานาชาติ, 2.นักกีฬาทั่วไป ที่ทุ่มเทสละเวลาฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ เพื่อต้องการสร้าง ชื่อเสียงให้กับประเทศชาติเป็นเวลา 4 ปี หรือ มีผลการแข่งขันที่ดี (ทำลายสถิติ) 3.บุคลากรที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เช่น ผู้ฝึกสอน, ผู้ตัดสิน, ผู้จัดการทีม ที่ทุ่มเทเสียสละ จนสร้างนักกีฬาให้ประสบความสำเร็จเป็นเวลา 4 ปี
สำหรับแนวทางการช่วยเหลือนั้น แบ่งออก เป็น 1.การให้ค่าตอบแทน คือ เงินรางวัล 2.ความก้าวหน้าในชีวิต เช่น ให้ทุนการศึกษา, หาสถานศึกษาให้เรียนสูงขึ้น, เลื่อนขั้นเงินเดือน, เลื่อนยศ 3.ความมั่นคง มีการตั้งอัตรากำลังพลหรือพนักงานในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการโยกย้ายนักกีฬาที่เป็นข้าราชการมาสังกัดอยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ, มีการบรรจุนักกีฬาที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวให้ทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือ บริษัท เอกชน หรือคนที่ไม่มีงานก็จัดหางานที่มั่นคงให้ทำ 4.การยกย่องเชิดชูเกียรติ เช่น ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 5. สวัสดิการ เช่น การทำประกันชีวิตให้กับนักกีฬา.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
