คอลัมน์ เอกราช ลุยยูโรโดย เอกราช เก่งทุกทาง
โปรตุเกส ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมตามฟอร์ม แม้จะโดนทดสอบจาก เช็ก จนเกือบเสียท่า....แม้จะเผยให้เห็นจุดอ่อนในทีมชัดเจนขึ้นก็ตาม
ชัยชนะนัดนี้มีผลกระทบกับโปรตุเกสทั้ง 2 ด้าน แง่บวกคือ ความมั่นใจที่ได้เพิ่มจากการชนะในเกมยาก รวมทั้งยังสามารถเบาเครื่อง โรเทชั่นนักเตะในนัดสุดท้าย เพราะผ่านเข้ารอบไปเรียบร้อย
การได้เข้ารอบตั้งแต่สองนัดแรกสำคัญมากนะครับ ทีมแชมป์บอลทัวร์นาเมนต์หลายทีมก็เป็นแบบนี้ มันทำให้ผู้เล่นไม่กรอบเกินไป แถมยังได้ลองตัวใหม่ๆ ในเกมตกค้าง ไม่มีความหมายอะไรด้วย
ส่วนผลลบจากนัดชนะเช็กก็คือ ปัญหาในเกมรับซึ่งถูกย้ำให้เห็นกันชัดๆ โดยเฉพาะการตั้งรับลูกกลางอากาศที่ยังไม่ดีพอ
โปรตุเกสโดนเจาะด้านข้างแล้วบอมบ์เข้ากลางหลายครั้งโดยมีหลายลูกที่ประกบตัวไม่ดี ปล่อยให้คู่แข่งโฉบเข้าฮอร์สแบบโล่งโจ้ง ซึ่งถ้าเช็กเด็ดขาดหรือมีโชคอีกนิดก็อาจจะพลิกเกมไปแล้ว
ช่วงครึ่งแรกของนัดนี้จึงเป็นเหมือนคู่มือสู้กับโปรตุเกสที่ทีมอื่นๆ เอาไปศึกษา หาทางแก้ลำได้เลย ทุกทีมรู้แล้วว่านักเตะฝอยทองไม่ค่อยชอบเกมเพรสซิ่ง เข้าประกบเร็ว ไม่ชอบลูกโด่ง และถ้าเจออะไรที่เซอร์ไพรส์เกินคาดคิดก็ออกลูกเบลอ จับต้นชนปลายแทบไม่ถูกเหมือนกัน
คาเรล บรู๊คเนอร์ โค้ชเช็กเก่งครับ เขาวางแผนมาดีมาก กล้าพลิกกระดานด้วยการส่ง มิลาน บารอส ลงแทน แยน โคลเลอร์ เพื่อเปลี่ยนแนวทางการเล่นใหม่ ทำให้คู่แข่งอ่านทางไม่ออก
ครึ่งแรกเช็กเอาโปรตุเกสอยู่เลยแหละ เสียอย่างเดียวตรงฉวยโอกาสขึ้นนำหรือได้เปรียบเรื่องสกอร์ไม่สำเร็จ มันเหมือนการเสี่ยงที่ต้องได้ผลใน 45 นาทีแรก เพราะถ้าปล่อยให้หลุดมือไป ตัวเองก็อาจจะพลิกกลับมาเสียเปรียบในครึ่งหลังแทน
เช็กทุ่มทุกอย่างลงไปในครึ่งแรก นักเตะเล่นหนัก ไล่บอลทุกลูก ซึ่งแน่นอนว่าใช้พลังงานไปแทบเกลี้ยง พอเช็คบิลเขาไม่ได้ ครึ่งหลังก็ย่อมแพ้ภัยตัวเองเป็นธรรมดา
ตรงนี้ต้องซูฮกโปรตุเกสด้วยว่า ผ่อนหนักผ่อนเบาเก่ง ช่วงที่เสียเปรียบ ก็ค่อยๆ ประคองไป พอคู่แข่งเริ่มผ่อน เริ่มหมดและเปิดโอกาสให้ ฝอยทองก็แผลงฤทธิ์ลงโทษได้ทันที
พอจะพูดได้ไหมว่า เป็นคุณสมบัติของแชมเปี้ยน?
โปรตุเกสยังโดดเด่นต่อไป แต่ก็อย่างว่า คือ ไม่ใช่เพอร์เฟคท์ทุกเรื่องและต้องหาทางแก้จุดเปราะให้เหลือน้อยที่สุดด้วย
สำหรับเช็ก ผมว่าคงเสียดายชะมัด แต่ก็ยังดีกว่า สวิตเซอร์แลนด์ ที่มีปัญหาเดียวกันและกระเด็นตกรอบไปเรียบร้อย
สวิสมีโอกาสมากที่จะคว่ำ ตุรกี ทั้งกองหน้า กองกลางได้ยิงจะจะหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็พังประตูที่สองไม่สำเร็จ ยิ่งกว่านั้นยังขาดสมาธิในช่วงสำคัญจนพลิกล็อคพ่ายแพ้ ตกรอบไปอย่างที่เห็น
ถ้าทีมเจ้าภาพร่วมรู้จักอดทนหน่อย ไม่เสี่ยงบุกจนเกมหลวมตอนท้ายๆ ยอมเสมอแล้วค่อยไปลุ้นกับโปรตุเกสอีกที มันก็คงไม่จบเศร้าขนาดนี้
นี่คือตัวอย่างที่โหดร้ายของบอลหินๆ อย่างยูโร 2008 ทีมไหนคิดผิด หรือเล่นพลาดแค่นิดเดียว ชีวิตก็เปลี่ยนได้ทันที
หน้า 30
ข้อมูลจาก มติชน
