หลังจากกรมไปรษณีย์โทรเลขแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2546 ภายใต้ชื่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตามนโยบายของรัฐบาล โดยคงสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนเดิมและเปลี่ยนมาสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)คล้อยหลัง 14 ส.ค. 2550 ไปรษณีย์ไทยก็ย่างก้าวสู่ปีที่ 5
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ตั้งแต่ไปรษณีย์เปลี่ยนมาเป็นบริษัท มีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดกำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปี 2550 คิดเป็น 584 ล้านบาท คาดสิ้นปีจะมีกำไรสุทธิรวม 1,200 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วซึ่งมีกำไรสุทธิ 777 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการทำตลาดเชิงรุกใน ทุก ๆ ธุรกิจของไปรษณีย์ แม้ รายได้หลักกว่า 70% ยังคงมาจากธุรกิจสื่อสาร แต่ธุรกิจขนส่ง ค้าปลีก และการเงินมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นที่น่าพอใจ โดยปีที่ผ่านมามีรายได้จาก กลุ่มดังกล่าวอย่างละประมาณ 7% ตั้งเป้าสิ้นปี รายได้จากกลุ่มดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 %
นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการจำหน่ายแสตมป์ โดยจัดงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย ครั้งที่ 20 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงานเกือบ 1 แสนคน
ส่วนนโยบายการทำงานของไปรษณีย์ไทยครึ่งปีหลัง นายออมสิน กล่าวว่า ยังคงมุ่งเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ คุณภาพ และมาตรฐานบริการ ซึ่งหลายคนจะเห็นว่าไปรษณีย์ไทยเปลี่ยนไปจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการพัฒนาให้การบริการของไปรษณีย์ดีขึ้น ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเกี่ยวกับการให้บริการผ่านตู้ ป.ณ.999 ส่งฟรี ไม่ต้องติดแสตมป์ หรือเสียค่าบริการแต่อย่างใด มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี หมดเขต 15 ส.ค. 2551
ด้าน นายวุฒิพงษ์ โมฬีชาติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานระบบปฏิบัติการไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า การให้บริการในตลาดสื่อสารจากนี้ไม่ใช่เพียงส่งจดหมายอย่างเดียว แต่จะขายบริการแบบครบวงจร หรือ Total Mail Solution โดยไปรษณีย์จะรับทำบริการให้ครบ เบื้องต้นมีแผนให้บริการพิมพ์จดหมาย พับ ใส่ซอง จ่าหน้าซอง ติดแสตมป์ และส่ง โดยผู้ใช้บริการเพียงนำไฟล์จดหมายที่จะส่งเซฟใส่แผ่นดิสก์ หรือ ทัมไดร์ มาที่ไปรษณีย์ก็พอ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนหาพันธมิตรร่วมลงทุน รวมทั้งได้ทดสอบนำอาร์เอฟไอดีมาใช้กับจดหมายแทนบาร์โค้ด พร้อมทั้งเป็นคนกลางในการรับชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำ-ค่าไฟ และค่าธรรมเนียมโรงงานอุตสาหกรรม
ส่วนบุคลากรของไปรษณีย์ที่มีอยู่กว่า 20,909 คน แบ่งเป็น บุรุษไปรษณีย์ 8,015 คน ใน 13 ศูนย์ไปรษณีย์ 1,175 ที่ทำการไปรษณีย์ ไปรษณีย์ไทยได้ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของบุรุษไปรษณีย์ โดยบุรุษไปรษณีย์ 1 คน ต้องส่งจดหมายให้ถึงมือผู้รับวันละ 500 ฉบับ
สำหรับคนใจร้อนไม่ชอบต่อคิวรอซื้อซอง ซื้อกล่อง ตีตราลงทะเทียน และอีเอ็มเอส ล่าสุด! ไปรษณีย์ไทยมีเครื่องรับส่งจดหมายอัตโนมัติใช้งานง่ายคล้ายตู้ฝากเงิน รับกระแสอิเล็กทรอนิกส์ในยุคโลกาภิวัตน์ ไว้บริการแล้ว
แม้อินเทอร์เน็ตจะครอบคลุมโลกเพียงปลายนิ้วคลิก แต่จดหมายที่บุรุษไปรษณีย์นำส่งภายใน 2-4 วัน ตามมาตรฐานของไปรษณีย์ไทย ยังคงสร้างความประทับใจซึ่งคุ้มค่ากับการรอคอย
ยิ่งส่งจดหมายได้เร็ว ถูกต้อง และแม่นยำเท่าไหร่ ความประทับใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น.
น้ำเพชร จันทา
namphetc@dailynews.co.th
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
