ซอฟต์แวร์พาร์ค ชงบอร์ดเดินแผน 3 ปี เน้นสร้างบุคลากรมืออาชีพ-หนุนสร้างคุณภาพซอฟต์แวร์องค์กรให้แข็งแกร่ง-ส่งเสริมการใช้ไอซีทีในภาคอุตสาหกรรม พร้อมดึงหน่วยงานสังกัด สวทช. ทั้งหมดช่วยสนับสนุนนางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์พาร์ค เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าซอฟต์แวร์พาร์ค มีแนวนโยบายการทำงานเชิงรุก เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย โดยล่าสุดได้เสนอแผนการดำเนินการ 3 ปี เข้าสู่คณะกรรมการ(บอร์ด) ซอฟต์แวร์พาร์ค ซึ่งจะประกอบด้วย 3 แผนหลักประกอบด้วย 1. การสร้างบุคลากร ซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรซอฟต์แวร์มืออาชีพ โดยจัดให้มีหลักสูตรอบรมการพัฒนาบุคลากรแบบต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสร้างซอฟต์แวร์ที่ดีมีคุณภาพให้กับประเทศ จากเดิมหลักสูตรที่เปิดสอนส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรการอบรมระยะสั้น
นอกจากนี้ยังมุ่งการอบรมผู้ใช้งานระดับผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในองค์กร พร้อมจัดให้มีการให้ทุนสนับสนุนบุคลากรด้านไอทีที่ประเทศขาดแคลน อาทิ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการประกันคุณภาพ,บุคลากรด้านการบริหารโครงการ,บุคลากรด้านระบบรักษาความปลอดภัย และบุคลากรด้านการทดสอบ (Testing)
แผนที่ 2 คือ การสร้างให้ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรให้มีความเข้มแข็ง ทั้งนี้ซอฟต์แวร์พาร์คจะเสาะหาซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร จากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ที่มีโอกาสขายไปยังต่างประเทศ มาทำการพัฒนาต่อยอดให้ทำสามารถทำงานบนเทคโนโลยีเว็บ 2.0 แล้วทำตลาดผ่านเครือข่ายพันธมิตรของซอฟต์แวร์พาร์คออกไปทั่วโลก โดยล่าสุดได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ ที่ป้อนงานให้กับบริษัทในซอฟต์แวร์พาร์คต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ปี มาให้ทำการอบรมบริษัทซอฟต์แวร์ไทย 10 ราย ถึงแนวทางการทำตลาดต่างประเทศ
โครงการดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ข้อมูลที่ได้รับขณะนี้มี 1 บริษัท สามารถขายสินค้าได้ และมีการเซ็นสัญญาตั้งตัวแทนจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมี 3 บริษัทที่มีพันธมิตรช่วยทำตลาดในสหรัฐฯ และอีก 1 รายมีดีลเลอร์ช่วยทำตลาดในสหรัฐฯ
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย ให้มีการปรับปรุงคุณภาพซอฟต์แวร์ตามมาตรฐาน CMMi (Capability Maturity Model Integration) โดยขณะนี้ได้ให้ทุนอุดหนุนกับบริษัทซอฟต์แวร์ไทย 29 บริษัท โดยคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้าทุกบริษัทจะได้รับการรับรองมาตรฐาน CMMi พร้อมกันนั้นยังได้จัดทีมงานคอยติดตามกระบวนการการรับรองคุณภาพ CMMi เพื่อดึงเอาองค์ความรู้หรือตัวอย่างรูปแบบที่ดี จากบริษัทผู้ให้การรับรองจากต่างประเทศ เพื่อนำมาประยุกต์สร้างคุณภาพให้กับบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก
สำหรับแผนสุดท้าย คือ การส่งเสริมการใช้งานไอซีทีในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยที่ผ่านมาได้ทำการจัดงานสัมมนาร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยานยนต์ อาหาร และท่องเที่ยว เพื่อโปรโมตให้กลุ่มสมาชิกในอุตสาหกรรมต่างๆ มีการนำไอซีทีไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมโดยล่าสุดได้เข้าร่วมออกบูธในงานอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ เพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการในการนำไอทีไปใช้
พร้อมกันนั้นยังได้ร่วมมือกับโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. โดยการจัดอมรมทีมเจ้าหน้าที่ของโครงการดังกล่าวที่ปกติทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยี และปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อยู่แล้วให้ความรู้ความสามารถในการให้คำปรึกษาด้านไอซีที โดยต่อไปเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะสามารถให้คำปรึกษากับภาคอุตสาหกรรมในการนำไอซีที ไปใช้ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เราจะพยายามดึงหน่วยงานในสังกัด สวทช. เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของซอฟต์แวร์พาร์ค ในการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ วันนี้เราคงทำงานเชิงรุกแบบไม่รอใครแล้ว เพราะทุกประเทศก็หวังเหมือนกัน โดยต้องการใช้ซอฟต์แวร์เป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ
นางสุวิภา กล่าวต่อไปว่าซอฟต์แวร์พาร์คได้รับงบประมาณปีละ 50-60 ล้านบาท มีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ 40 ล้านบาท เท่ากับเราใช้งบประมาณในการส่งเสริมอุตสาหกรรมและการบริหารงานเพียงปีละ 15 ล้านบาท แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ทำให้กับอุตสาหกรรมตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องที่น่าพอใจ โดยปัจจุบันมีบริษัทและองค์กรในซอฟต์แวร์พาร์ค 50 แห่งเป็นบริษัทต่างชาติ 14 แห่ง โดยบริษัทล่าสุดมาจากฝรั่งเศส เกิดการจ้างงาน 699 คน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมามีนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายย่อยที่ผ่านการบ่มเพาะธุรกิจแล้ว 120 ราย
โดยสถิติเมื่อปี 2549 มีนักพัฒนารายย่อยเข้าร่วม 35 ราย มีการพัฒนางานออกมา 46 ชิ้นงาน สามารถสร้างให้เกิดธุรกิจและรายได้ 21 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 108 ล้านบาท เกิดการจ้างงานเพิ่ม 128% ส่วนในปี 2550 มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายย่อยเข้าร่วม 37 ราย เกิดการพัฒนาซอฟต์แวร์ 40 งาน เกิดธุรกิจและรายได้ 25 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท เกิดการจ้างงานเพิ่ม 139% ส่วนปีนี้ซึ่งโครงการจะสิ้นสุด พ.ค.ปีหน้านั้น มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์เข้าร่วม 30 ราย คาดการณ์ว่าโครงการปีนี้น่าจะดี เพราะนักพัฒนาที่เข้าร่วมส่วนใหญ่จะมีบริษัทและทำธุรกิจจนมีรายได้มาระยะหนึ่งแล้ว
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
