ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พันธุ์ไทย พลิกคัมภีร์สู้ศึกอินเตอร์แบนด์ รับมือตลาดชะลอตัว เอเทค ปรับโครงสร้าง-ลดต้นทุน ประกาศทุ่มงบลุยตลาดช่วง4เดือนที่เหลือ เชื่อผลบุญงบประมาณรัฐเข้าสู่ยุคเบิกจ่ายปลุกตลาดภาคราชการฟื้น ด้านเอวีโอเอ แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ดีไซน์ สเตชั่น เจาะกลุ่มงานออกแบบ ตั้งเป้าขายปีนี้ 2,500-3,000 เครื่องนายนิธิพัทธ์ ลิ่มวานิชรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเอเทค คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ภายในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดมาตั้งแต่ปลายปี2549 เป็นต้นมาถึงปัจจุบันยังไม่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตจากต่างประเทศที่เข้ามาทำตลาด เช่นเดียวกับทางเอเทคที่มีตัวเลขยอดขายลดลงในช่วงปลายปีและไตรมาแรกของปีนี้
อย่างไรก็ตามในส่วนของเอเทค หลังจากได้ทำการปรับปรับจุดอ่อนเพื่อรับมือภาวะตลาดชะลอตัว ด้วยการดำเนินมาตรการลดต้นทุน จัดทัพช่องทางจำหน่ายใหม่ ส่งผลให้ยอดขายเริ่มฟื้นกลับคืนในไตรมาสที่ 2 ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมียอดขายต่อเดือน 20-30 ล้านบาท
ทั้งนี้คาดการณ์ว่าตลาดคอมพิวเตอร์ช่วงไตรมาสที่3และไตรมาสที่4 ของปีนี้น่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดการประมูลภาครัฐ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีเร่งการใช้จ่าย ขณะที่งบประมาณปี 2551 จะถูกผลักดันออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้าย นอกจากนี้ผลจากการคำพิพากษาของศาลปกครองที่มีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศประมูลซื้อวัสดุ-ครุภัณฑ์ประกอบคอมพิวเตอร์ ของวิทยาเทคนิคนครปฐม ที่กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของตัวประมวลผลหรือซีพียู เป็นเพนเที่ยมโฟร์ หรือเชเลอรอน ซึ่งเป็นของบริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพียงรายเดียวนั้นยังช่วยให้บริษัทในฐานะผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตัวประมวลผลเอเอ็มดี มีความมั่นใจในการขยายการทำตลาดไปยังหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น โดยคำพิพากษาดังกล่าวจะกลายเป็นบรรทัดฐานการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ภาครัฐ
นายนิธิพัฒน์ กล่าวอีกว่าจากสถานการณ์ตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น และคำพิพากษาของศาลปกครองนั้นทำให้บริษัทมีแผนทุ่มงบประมาณทางด้านการตลาด เพื่อรุกตลาดในช่วงไตรมาสที่3และ4 โดยได้เตรียมงบไว้ 5-10 ล้านบาท เพื่อจัดสัมมนา และการสนับสนุนช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะการเข้าไปเจาะตลาดภาครัฐ
ด้านนายวีระ อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โลคัลแบนด์ภายใต้แบรนด์ เอสวีโอเอ เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำยอดขายได้ 40% จากเป้าที่วางไว้ปีนี้ 6,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการชะลอตัวของตลาด ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าภาวะตลาดจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีน่าก็เติบโตขึ้นเนื่องจากตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตที่ดีของตลาดทุกๆ เดือน
อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์โดยรวมปีนี้ยังคงเติบโตได้ดีอยู่ อย่างไรก็ตามการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากมีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ผลิตจากต่างประเทศหรืออินเตอร์แบรนด์ ที่มีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ในส่วนของตลาดส่งออกยังได้รับผลกระทบจากค่าเงิน และค่าขนส่งที่มีต้นทุนสูงขึ้น ทั้งนี้คาดว่าปีนี้รายได้จากการส่งออกคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 150 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีการส่งออกไปยังต่างประเทศเพียง 30 ล้านบาท
สำหรับแนวทางการปรับตัวของบริษัทภายใต้ภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง และการชะลอตัวจากการส่งออก คือ พยายามสร้างช่องทางการกระจายสินค้า ผ่านร้านค้าปลีก ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ การร่วมเป็นพันธมิตรกับธุรกิจขายตรงอย่างบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) ซึ่งขณะนี้ได้อบรมพนักงานให้สามารถให้บริการกับลูกค้าไปแล้ว 3,000 คน
ล่าสุดได้พัฒนาผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ภายใต้ชื่อ ดีไซน์ สเตชั่น ขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมออกแบบ ดีไซน โดยเบื้องต้นมีแผนเจาะเข้าไป 3 กลุ่มที่มีพันธมิตรช่วยขยายตลาด ประกอบด้วย 1.กลุ่มงานจิวเวลรี่ ดีไซน์ ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยความจำสูงไปใช้ออกแบบอัญมณี และเครื่องประดับ , 2.กลุ่มกราฟฟิคดีไซน์ ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ใช้งานเพื่อการออกแบบ และ 3. กลุ่มอุตสาหกรรมการออกแบบเพื่อผลิตชิ้นงานในอุตสาหกรรม
ส่วนการทำตลาดจะขายผ่านพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรมการออกแบบ โดยจะทำตลาดไปอุปกรณ์การอุปกรณ์เพื่อการออกแบบประเภทอื่น ทั้งนี้คาดว่าจะมียอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวในปีนี้ 2,500-3,000 เครื่อง
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
