ธนาคารโลกประเมินบริการเสริมโอนเงินข้ามประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือพุ่งแรง ปีนี้คาดมูลค่าตลาดสะพัดกว่า 3 พันล้นดอลลาร์สหรัฐฯ ผลพวงตลาดมือถือโตช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาที่สาขาธนาคารเข้าไม่ถึง เวสต์เทิร์น ยูเนียนเห็นแววรุ่ง ทำข้อตกลงกับสมาคมจีเอสเอ็มเตรียมพัฒนาบริการโอนเงินทั่วโลกผ่านมือถือ คาดออกให้บริการได้ในไตรมาสสองปีหน้าสืบเนื่องจากการขยายตัวของการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ทำให้เกิดแนวคิดการพัฒนาบริการเสริมเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาให้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น หนึ่งในบริการเสริมที่มีการพัฒนาขึ้นมานอกเหนือจากบริการประเภทรับ-ส่งข้อความและรูปภาพ เช่น การโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อให้กับครอบครัวที่อยู่ห่างออกไปและไม่มีสาขาธนาคารอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัย
แม้จะเป็นเพียงพัฒนาการช่วงต้นของบริษัทแต่ก็คาดว่าบริการโอนเงินด้วยโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปเป็นธุรกิจที่สร้างมูลค่าได้มหาศาล ซึ่งจากการประเมินของธนาคารโลก ระบุว่า ธุรกิจให้โอนเงินด้วยโทรศัพท์มือถืออาจมีมูลค่าการเติบโตสูงถึง 318,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2550 นี้ ขณะที่ บริษัทวิจัยตลาดอินฟอร์มา ประเมินว่า ปัจจุบันมีผู้สมัครใช้บริการดังกล่าวแล้วมากกว่า 3,300 ล้านคนทั่วโลก และมีแนวโน้มว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
ตัวอย่างบริการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่มีให้บริการ เช่น บริการที่เรียกว่า เอ็ม-เปซา (M-pesa) ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยบริษัทซาฟารีคอม ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในเคนยา มีวิธีการใช้งานโดยการโอนเงินผ่านทางบริการรับ-ส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ซึ่งผู้รับปลายทางสามารถนำไปขึ้นได้โดยนำโทรศัพท์มือถือไปยังร้านหรือสถานีบริการน้ำมันที่ระบเป็นตัวแทนของเอ็ม-เปซา ซึ่งในขั้นตอนการยืนยันตัวบุคคลก็เพียงใช้รหัส (PIN) และหมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น
ทั้งนี้ บริการเอ็ม-เปซา มีบริษัทพาร์ทเนอร์ร่วมดำเนินการที่สำคัญคือ โวดาโฟน ซึ่งเป็นผู้ลงทุนในซาฟารีคอม และซิตี้กรุ๊ป โดยแผนขั้นต่อไปของเอ็ม-เปซาคือขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม ซึ่งในขณะนี้มีการขยายเครือข่ายออกไประหว่างสหราชอาณาจักร และเคนยา เพื่อให้ชาวเคนยาที่อาศัยในลอนดอนสามารถโอนเงินกลับไปยังครอบครัวที่อยู่อีกทวีปหนึ่งได้สะดวก
จากรูปแบบบริการดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคมากกว่าการใช้บริการของธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศ เช่น เวสต์เทิร์น ยูเนียนใน 3 ด้านด้วยกัน คือ มีค่าธรรมเนียมการโอนเงินน้อยกว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อแถวที่สาขารับบริการ และที่สำคัญผู้รับจะทราบได้ทันทีเมื่อมีการโอนเงิน และแม้จะเหมาะสมต่อการนำไปประยุกต์ใช้กับประเทศกำลังพัฒนามากกว่าในยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาที่มีสาขาธนาคารอยู่ทั่วไป แต่บริการธุรกิจทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือก็ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจสำหรับบริษัทที่ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศเช่นกัน
โดยเวสต์เทิร์น ยูเนียนซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศ มีสาขาดำเนินการอยู่มากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกและมีรายได้ล่าสุดอยู่ที่ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เริ่มตั้งหน่วยธุรกิจไร้สายขึ้นมาใหม่ กระทั่วเดือนตุลาคมที่ผ่านมาประกาศร่วมมือกับสมาคมจีเอสเอ็ม ที่เป็นตัวแทนของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือกว่า 700 รายทั่วโลก เตรียมพัฒนากรอบดำเนินงานเชิงเทคนิคและพาณิชย์สำหรับบริการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยที่ผ่านมามีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแสดงความสนใจแล้ว 35 ราย และคาดว่าจะสามารถออกให้บริการตามกรอบความร่วมมือใหม่นี้ได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2551
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
