สถาบันมะเร็งเผยผลการศึกษาเห็ดญี่ปุ่นในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้ายสามารถกระตุ้นภูมิต้านทานและทำลายเซลล์ร้าย ยืดอายุผู้ป่วยได้นาน 1-2 ปี เผยทางเลือกสำหรับยับยั้งเซลล์ร้ายในระยะก่อตัวนพ.สุพลมโนรมณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งและที่ปรึกษาสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยผลการวิจัยประสิทธิภาพของเห็ดญี่ปุ่นในการรักษาโรคมะเร็ง ว่า สารสกัดจากเห็ดชิตาเกะ ซึ่งเป็นเห็ดที่มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่น สามารถกระตุ้นภูมิต้านทาน และทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง
ก่อนหน้านี้นักวิจัยญี่ปุ่นได้สังเกตความแตกต่างด้านสุขภาพ ระหว่างประชากรกลุ่มที่บริโภคเห็ดชิตาเกะ กับกลุ่มที่ไม่ได้บริโภคเห็ด พบความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงนำมาสู่การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมถึงสารสกัดของเห็ดชิตาเกะในระดับห้องปฏิบัติการ
จากการศึกษาพบภายในสปอร์หรือบริเวณหมวกของเห็ดชิตาเกะ มีสารประกอบจำพวกน้ำตาล เมื่อนำมาสกัดจะได้สารไมซีเลียม มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทาน และทำลายเซลล์มะเร็ง ที่ผ่านมา มีการวิจัยเห็ดชนิดนี้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ทั้งศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดผง ตลอดจนวิธีเพิ่มจำนวนสารดังกล่าว เนื่องจากปริมาณสารชนิดมีน้อยมากในเห็ด 1 ดอก
ปัจจุบันในเกาหลีและญี่ปุ่น ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของเห็ดชิตาเกะ อีกทั้งมีการพัฒนาในรูปของยารักษามะเร็ง ด้วยเหตุนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติจึงสนใจศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดไมซีเลียม โดยศึกษาในคนเมื่อปี 2545 หลังผ่านการรับรองจากคณะกรรมการวิจัยในคน กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุพล กล่าว
ส่วนการวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการโดยศึกษากลไกการรักษาโรคมะเร็ง พบว่าสารสกัดจากเห็ดมียีนที่ออกฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สูงขึ้น ขณะที่การทดสอบในผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดหรือฉายแสง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่กินสารสกัดจากเห็ด 34 คน และกลุ่มที่รักษาตามปกติ 10 คน เป็นเวลา 1 ปี ปรากฏว่า กลุ่มที่ได้รับสารสกัดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยืดชีวิตให้อยู่ต่อได้อีก 1-2 ปี โดยผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัด 1 คนยังมีชีวิตอยู่ ขณะเดียวกัน กลุ่มที่รักษาตามปกติเสียชีวิตทั้งหมดในปัจจุบัน
พร้อมกันนี้จากผลการวิจัยดังกล่าว เชื่อว่าหากผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มต้นได้รับสารสกัดจากเห็ด จะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง และทำลายเซลล์มะเร็งให้หมดไปได้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
