นักวิชาการเตือนแก๊สโซฮอล์อี ใช้ไม่ได้กับรถทุกชนิด เหตุพลังการกัดกร่อนสูง ทำให้ท่อส่งน้ำมันไปจนถึงถังน้ำมันทะลุในครึ่งปี ระบุฟอร์ด ฮอนด้าประกาศตัวผลิตรถรุ่นพิเศษทนต่อการกัดกร่อนของพลัง อี แนะสังเกตได้จากสัญลักษณ์ข้างตัวรถผศ.ดร.จำนงสรพิพัฒน์ ประธานสายวิชาพลังงาน บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันแก๊สโซฮอล์ที่ใช้อยู่ทั่วไปเป็นแก๊สโซฮอล์ อี ซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 10% คุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซิน จึงไม่กระทบต่อสมรรถนะของรถยนต์
แต่การเพิ่มสัดส่วนแอลกอฮอล์ในน้ำมันอีก10% กลายเป็นแอลกอฮอล์ 20% (ที่เหลือเป็นน้ำมันเบนซิน 80%) หรือที่เรียกว่า แก๊สโซฮอล์ อี ทำให้คุณสมบัติของแอลกอฮอล์ ซึ่งแตกต่างจากน้ำมัน ปรากฏชัดเจนขึ้น จึงอาจมีปัญหากับรถยนต์บางรุ่น
แอลกอฮอล์บริสุทธิ์มีคุณสมบัติเด่นหลายประการที่ต่างจากน้ำมันเบนซินเช่น จุดเดือดต่ำกว่า ทำให้มีแรงดันไอมากกว่า สามารถสร้างปัญหากับรถรุ่นเก่าที่ใช้คาร์บิวเรเตอร์ ซึ่งถังน้ำมันติดตั้งห่างจากตัวเครื่องยนต์มากเกินไป หรือรถยนต์ที่ขนาดท่อเชื้อเพลิงเล็กเกินไป อาจมีผลทำให้แอลกอฮอล์ในท่อเชื้อเพลิง เปลี่ยนสภาพจากของเหลวเป็นไอได้ง่าย ทำให้มีลักษณะเป็นฟองอยู่ในท่อดูดเชื้อเพลิง ส่งผลให้เครื่องกระตุกหรือดับในบางช่วง
นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังมีคุณสมบัติการกัดกร่อนสูง ยิ่งสัดส่วนของแอลกอฮอล์ในน้ำมันมากขึ้น จะยิ่งเพิ่มพลังการกัดกร่อน โดยสามารถกัดกร่อนยาง พลาสติกบางชนิดและโลหะประเภททองเหลือง ทองแดง ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันไปจนถึงถังน้ำมัน เกิดการผุกร่อนจนทะลุภายในครึ่งปี
ด้วยเหตุนี้รถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ อี จึงต้องเป็นรถที่ผลิตด้วยยางหรือพลาสติกพิเศษ ที่ออกแบบและผลิตออกมาให้ทนต่อการกัดกร่อนของแอลกอฮอล์เป็นพิเศษ รวมถึงต้องออกแบบองศาการจุดระเบิดให้เหมาะสมกับเชื้อเพลิงด้วย เพื่อให้เชื้อเพลิงสามารถเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ผู้ผลิตรถยนต์ในไทยเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น ที่ผลิตหรือประกาศว่าจะนำเข้ารถบางรุ่นที่รองรับการใช้แก๊สโซฮอล์อี เช่น ฟอร์ดและฮอนด้า ผู้ซื้อสังเกตได้ง่ายจากสัญลักษณ์มาตรฐานอี ที่ข้างรถ ส่วนการปรับแต่งเครื่องยนต์รถเก่าให้ใช้อี ได้นั้น ยังไม่มีผู้ผลิตรถยนต์รายใดให้การรับรอง ผศ.ดร.จำนง กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
