''''''เดลินิวส์-SCG ประกวดเจ้าความคิดเหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่กันแล้ว ท่านผู้อ่านและน้อง ๆ เยาวชน คงวางแผนไปเที่ยวกับครอบครัวเรียบร้อยกันแล้ว ยังไงก็ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกก่อนที่จะกลับมาลุยเรื่องงานและการเรียนกันต่อ
สำหรับคอลัมน์เวทีนวัตกรรมในสัปดาห์นี้เหมือนเช่นเคย ถึงคิวเผยแพร่โครงงานที่ได้รับรางวัลในการประกวด “ราง วัลแห่งปี” ของโครงการ “เดลินิวส์-SCG ประกวดเจ้าความคิด” ซึ่งทางหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ร่วมกับเครือซิเมนต์ไทย จัดขึ้น
โครงงานนี้มีชื่อว่า “ย้อนรอย อดีต” ผลงานของ ด.ญ.สุชาดา วงษา และ ด.ช.เทวัญ แตงทอง นักเรียนโรงเรียนวัดศรีสโมสร จ.ปทุมธานี โดยมีอาจารย์พยอม ภูผินผา เป็นครูที่ปรึกษาโครงงาน ซึ่งโครงงานนี้สามารถ คว้ารางวัลชมเชยไปครองได้
น้องสุชาดา และน้องเทวัญ บอกถึงที่มาของโครงงานนี้ว่า ในปัจจุบันราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต เนื่องจากราคาน้ำมันแพง ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และน้ำมันได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยปัจจุบันประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นเงินมหาศาล ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้ส่งเสริมรณรงค์ให้คนไทยใช้พลังงานกันอย่างประหยัด เพื่อให้มีพลังงานใช้อย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตามเมื่อกลับมาคิดถึงในอดีตที่บรรพบุรุษของเรา มีการใช้พลังงานทั้งในส่วนของน้ำมัน และไฟฟ้า น้อยมาก แต่ก็สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข จึงได้คิดหาวิธีลดการใช้พลังงานในครัวเรือนขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการใช้ความเย็นในการเก็บรักษาพืชผักผลไม้ และทำน้ำดื่ม ด้วยการใช้โอ่งดินเผา
ซึ่งในอดีต ชาวบ้านก็นิยมใช้โอ่งดินในการบรรจุน้ำดื่ม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำภาชนะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากโอ่งดินเผาสามารถทำให้น้ำอุณหภูมิลดต่ำลงมากว่าการนำไปบรรจุในภาชนะอื่น ๆ เพราะอนุภาคของดินมีลักษณะเป็นรูพรุนทำให้น้ำสามารถระเหยได้ และหากนำเกลือแกงมาช่วยในการลดอุณหภูมิ และดูดความร้อนจากสิ่งแวดล้อม ก็จะทำให้อุณหภูมิภายในมีความเย็นลงอีก
จากการศึกษา ความแตกต่างของอุณหภูมิในโอ่งดิน และอุณหภูมิห้องมีความแตกต่างกันโดยเฉลี่ย 3 องศาเซลเซียส สามารถเก็บรักษาพืชผัก ผลไม้ และทำน้ำเพื่อใช้ดื่มได้ ซึ่งในส่วนของผักและผลไม้นั้นสามารถคงความสดอยู่ได้ 5-7 วัน (ขึ้นอยู่กับชนิดของผักและผลไม้ด้วย) โดยที่เราไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเหมือนที่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น
สำหรับอุปกรณ์ที่จะใช้ในการผลิตประกอบด้วย โอ่งดิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซม. 1 ใบ, โอ่งขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 20 ซม. 1 ใบ, กระถางดินเผารูปทรงกระ บอก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 22 ซม., เทอร์โมมิเตอร์ แบบองศาเซลเซียส 2 อัน, ฝาดินเผาสำหรับปิดโอ่ง, น้ำ, เกลือแกง 500 กรัม, ถ่าน, ก๊อกน้ำดื่ม 1 อัน, ท่อน้ำดี พีวีซี ยาว 20 ซม. สว่านสำหรับเจาะ
ส่วนวิธีการประดิษฐ์นั้นให้นำโอ่งใบที่ 1 ที่มีขนาดเล็ก บรรจุลงในโอ่งใบที่ 2 ในขั้นตอนนี้อาจมีความยุ่งยากในการบรรจุ ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโอ่งภาชนะใบที่ 1 ให้เป็นดินเผารูปทรงกระบอก ก็ได้ จากนั้นเจาะรูโอ่งใบที่ 1 และใบที่ 2 เพื่อใส่ท่อ พีวีซี และติดก๊อกน้ำ
โดยช่องว่างระหว่างโอ่งใบที่ 1 และใบที่ 2 ใช้สำหรับ แช่ผักและผลไม้ เพื่อชะลอการเหี่ยว ซึ่งเราสามารถเติมก้อนน้ำแข็งผสมเกลือ เพื่อลดอุณภูมิลง พร้อมทั้งใส่ถ่านไว้ในภาชนะเพื่อดับกลิ่น จากนั้นให้ใส่น้ำดื่มในโอ่งใบที่ 1 ส่วนฝาโอ่งสามารถที่จะใส่น้ำเพื่อลอยดอกไม้และจุดเทียนสปาเพื่อเพิ่มความสวยงามได้
สำหรับจุดเด่น ของโครงงานชิ้นนี้คือ วัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์ใช้งบประมาณไม่มาก เพราะเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายใช้ตามบ้านเรือน ส่วนจุดด้อย ก็คือ การบรรจุโอ่งใบที่ 2 ลงในโอ่งใบที่ 1 ทำได้ยาก จึงจำเป็นที่ต้องเลือกภาชนะที่มีความสมดุลกัน
อย่างไรก็ตามหลังการศึกษาและประดิษฐ์นวัตกรรมชิ้นนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรายังสามารถที่จะพัฒนารูปแบบของอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้มีความสวยงามและมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นได้อีก
ทั้งหมดคือแนวความคิด ที่มา และการประดิษฐ์ผลงานที่ชื่อ “ย้อนรอยอดีต” ผลงานของนักเรียนคนเก่งจากโรงเรียนวัดศรีสโมสร จ.ปทุมธานี ซึ่งหากมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในหลาย ๆ ครัวเรือนก็จะช่วยให้ประเทศชาติประหยัดการใช้พลังงานลงได้มาก
สุดท้ายสำหรับโรงเรียนที่ได้รับรางวัล “เกมจราจรมหาสนุก” ที่ทางคอลัมน์เวทีนวัตกรรมได้ประกาศรายชื่อในกลุ่มแรกไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ขณะนี้ทางคอลัมน์ฯ กำลังทยอยจัดส่งของรางวัลไปให้กับทางโรงเรียนก็ให้คอยรอรับของรางวัลกันได้
ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นโครงงานนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็รอติดตามอ่านกันได้.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
