ยักษ์เทคโนโลยี อินเทล ทำนายตลาดคอมพิวเตอร์ปี 51 จับตาไฮไลต์เทคโนโลยี 45 นาโน-ควอดคอร์ ชี้หากจัดตั้งรัฐบาลกำลังซื้อกลุ่มตลาดหลักคอนซูเมอร์ หวนกลับ ขณะที่ภาครัฐ-การศึกษา เทงบลงทุนไอที ระบุตลาดเดสก์ท็อปพีซียังมีช่องให้โต โดยเฉพาะกลุ่มเด็กประถม 13 ล้านคนทั่วประเทศ ส่วนโน้ตบุ๊กคาดตัวเลขโตต่อเนื่อง 20-30%นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตตัวประมวลผล หรือชิปรายใหญ่ของโลก เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ปีนี้นั้นเชื่อว่าตัวประมวลผล หรือ โปรเซสเซอร์ ที่ผลิตภายใต้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร โดยคาดว่าภายในครึ่งปีหลังตัวประมวลผลที่ผลิตภายใต้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงาน จะมีสัดส่วนในตลาด ประมาณ 50% ส่วนที่เหลืออีก 50% เป็นตัวประมวลผลที่ผลิตภายใต้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 65 นาโนเมตร
ขณะเดียวกันปีนี้เทคโนโลยีตัวประมวลผลที่มีแกนหลักในการประมวลผล 4 แกน หรือ ควอด-คอร์ จะมีระดับราคาลดลง เนื่องจากมีปริมาณการผลิตสูงขึ้น และเคลื่อนตัวเข้ามาในกลุ่มคอมพิวเตอร์ระดับกลางและบน อย่างไรก็ตามตัวประมวลผลมีบทบาทสูงในตลาดยังคงเป็นตัวประมวลผลที่มีแกนหลักประมวลผล 2 แกน
ส่วนแนวโน้มตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวมปีนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มตลาดคอนซูเมอร์เป็นหลัก ทั้งนี้เชื่อว่าถ้าหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว คาดว่าในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้าความเชื่อมันจะกลับคืนมา จะช่วยกระตุ้นให้การจับจ่ายใช้สอยในภาคต่างๆเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันมองว่าปีนี้ตลาดภาคการศึกษาและราชการจะกลับมาลงทุนด้านไอทีอีกครั้งหลังจากชะลอตัวไปในปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้มองว่าตลาดคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะหรือเดสก์ท็อป ยังมีการเติบโตประมาณ 10% แม้ว่าจะมีสัดส่วนลดลงจากตลาดรวมคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เนื่องจากความต้องการคอมพิวเตอร์พกพา หรือ โน้ตบุ๊กเพิ่มขึ้น โดยมองว่าความต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ในครัวเรือน เพื่อให้ลูกหลานใช้ประโยชน์ทางการศึกษายังมีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กประถมศึกษา ซึ่งผู้ปกครองคงไม่ซื้อโน้ตบุ๊กให้ใช้งาน เฉพาะฉะนั้นมองว่าความต้องการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยังมีอยู่มหาศาล โดยกลุ่มนักเรียนชั้นประถม ทั่วประเทศ มีปริมาณสูงถึง 13 ล้านคน ทั้งนี้มองว่าตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนั้นราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก โดยปีนี้ทิศทางเคลื่อนไปหาเทคโนโลยีควอดคอร์ หรือ ตัวประมวลผลที่มีแกนหลักในการประมวลผล 4 แกนมากขึ้น
ส่วนตลาดโน้ตบุ๊กคาดว่าปีนี้จะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 45% ของตลาดรวมคอมพิวเตอร์ทั้งหมด จากปีที่ผ่านมามีสัดส่วนตลาดประมาณ 40% โดยตลาดโน้ตบุ๊กปีนี้ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 20-30% โดยโน้ตบุ๊กระดับราคาต่ำกว่า 25,000 บาทต่อเครื่อง ยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูง โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของตลาดรวม
อย่างไรก็ตามตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงปีนี้ คือ กลุ่มโน้ตบุ๊กระดับราคา 28,000-30,000 บาทต่อเครื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง โดยมองว่าฐานของผู้ใช้โน้ตบุ๊กราคาประหยัดต่ำกว่า 25,000 บาทต่อเครื่อง ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานั้นมีการเติบโตสูงมาก โดยส่วนใหญ่จะกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องแรก ซึ่งมองว่าหลังจากที่ผู้ใช้กลุ่มนี้มีประสบการณ์คอมพิวเตอร์เครื่องแรกไปแล้ว จะมีความต้องการซื้อเครื่องที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น เพื่อรองรับความต้องการการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
นายเอกรัศมิ์ กล่าวอีกว่าคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็ก หรือซับ โน้ตบุ๊ก ราคาประมาณ 10,000 บาทต่อเครื่อง แต่มีคุณสมบัติการใช้งานพื้นฐาน ขนาดเล็ก พกพาง่าย เหมือนกับ อัสซุส อีอีอี พีซี จะเป็นตลาดใหม่ที่เกิดขึ้น โดยประมาณกลางปีหน้ามีสัดส่วนมากขึ้นหลังจากบริษัทประกาศแพลตฟอร์มสำหรับซับ โน้ตบุ๊กออกมา อย่างไรก็ตามยังไม่มีผู้ผลิตรายใดทราบว่าตลาดดังกล่าวจะมีขนาดใหญ่มากน้อยเพียงใด
ตลาดกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นจะเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่คำนึงถึงราคาเป็นหลัก หรือกลุ่มที่ต้องการโน้ตบุ๊กเครื่องที่ 2 ที่พกพาง่ายน้ำหนักเบา ต้องการความสามารถพื้นฐานในการเรียกดูเนื้อหามากกว่าการสร้างเนื้อหาขึ้นมา
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
