โบราณว่าเห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง แต่ทีมวิจัยนักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล สนใจเก็บขี้ช้างมาหาดีเอ็นเอของช้างแต่ละตัว เพื่อนำมาสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมช้างไทย เป็นเทคนิคการสำรวจประชากรช้างที่ได้ผลเร็ว แม่นยำ แถมสามารถระบุเพศและที่มาของช้างได้น.ส.ชลิตา คงฤทธิ์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเศก (คปก.) จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า มหิดลพัฒนาเทคนิคการนับจำนวนประชากรสัตว์ ด้วยเครื่องหมายดีเอ็นเอ (DNA Maker) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้กระบวนการนับประชากรช้างทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น โดยสามารถนำส่วนต่างๆ ของสัตว์มาศึกษา เช่น เยื่อบุเซลล์จากเปลือกไข่ เส้นขน ตลอดจนมูลสัตว์ ในต่างประเทศใช้เทคนิคนี้อย่างแพร่หลาย โดยเทคนิคนี้สามารถนำมาปรับใช้สำรวจประชากรช้างป่าในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด
ช้างป่ากินอาหารที่เป็นกากใยจำนวนมากต่อวัน เมื่อมีการขับถ่าย กากใยเคลื่อนตัวจะครูดเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ออกมาปะปนกับขี้ช้าง ซึ่งสามารถเก็บเศษเนื้อเยื้อที่หลุดออกเอามาสกัดแยกดีเอ็นอีใช้ในการวิเคราะห์ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายกว่าการเก็บดีเอ็นเอด้วยการเจาะเลือดช้าง เจ้าของงานวิจัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม การนำไมโครแซทเทลไลท์ ที่ใช้ศึกษาช้างสายพันธุ์แอฟริกัน เมื่อนำมาศึกษาช้างเอเชีย จำเป็นต้องปรับรูปแบบ เนื่องจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ต่างพื้นที่กัน จะมีลักษณะทางพันธุกรรมและรูปแบบดีเอ็นเอที่ไม่เหมือนกัน
ทีมวิจัยจึงพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ดีเอ็นเอขึ้นใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานกับช้างไทย ซึ่งมีสายพันธุ์อยู่ในกลุ่มช้างเอเชีย โดยเทคนิคนี้จะช่วยเก็บบันทึกข้อมูลเชิงพันธุศาสตร์ ระบุจำนวนประชากรช้าง เพื่อใช้เป็นปัจจัยในการบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของป่า เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ในสายพันธุ์ร่มเงา รวมถึงเป็นแนวทางในการวางแผนอนุรักษ์ได้
หลังจากที่ได้พัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์สำเร็จ ผู้วิจัยได้เริ่มต้นสำรวจในพื้นที่จริง บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี พบว่าข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคดีเอ็นเอ มีความใกล้เคียงกับข้อมูลที่มีอยู่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ แสดงให้เห็นว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถใช้งานได้จริง โดยคาดว่าเทคนิคนี้จะได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานในสัตว์ชนิดอื่นต่อไป
--
โบราณว่าเห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง แต่ทีมวิจัยนักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล สนใจเก็บขี้ช้างมาหาดีเอ็นเอของช้างแต่ละตัว เพื่อนำมาสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมช้างไทย เป็นเทคนิคการสำรวจประชากรช้างที่ได้ผลเร็ว แม่นยำ แถมสามารถระบุเพศและที่มาของช้างได้
น.ส.ชลิตา คงฤทธิ์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเศก (คปก.) จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า มหิดลพัฒนาเทคนิคการนับจำนวนประชากรสัตว์ ด้วยเครื่องหมายดีเอ็นเอ (DNA Maker) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้กระบวนการนับประชากรช้างทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น โดยสามารถนำส่วนต่างๆ ของสัตว์มาศึกษา เช่น เยื่อบุเซลล์จากเปลือกไข่ เส้นขน ตลอดจนมูลสัตว์ ในต่างประเทศใช้เทคนิคนี้อย่างแพร่หลาย โดยเทคนิคนี้สามารถนำมาปรับใช้สำรวจประชากรช้างป่าในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด
ช้างป่ากินอาหารที่เป็นกากใยจำนวนมากต่อวัน เมื่อมีการขับถ่าย กากใยเคลื่อนตัวจะครูดเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ออกมาปะปนกับขี้ช้าง ซึ่งสามารถเก็บเศษเนื้อเยื้อที่หลุดออกเอามาสกัดแยกดีเอ็นอีใช้ในการวิเคราะห์ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายกว่าการเก็บดีเอ็นเอด้วยการเจาะเลือดช้าง เจ้าของงานวิจัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม การนำไมโครแซทเทลไลท์ ที่ใช้ศึกษาช้างสายพันธุ์แอฟริกัน เมื่อนำมาศึกษาช้างเอเชีย จำเป็นต้องปรับรูปแบบ เนื่องจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ต่างพื้นที่กัน จะมีลักษณะทางพันธุกรรมและรูปแบบดีเอ็นเอที่ไม่เหมือนกัน
ทีมวิจัยจึงพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ดีเอ็นเอขึ้นใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานกับช้างไทย ซึ่งมีสายพันธุ์อยู่ในกลุ่มช้างเอเชีย โดยเทคนิคนี้จะช่วยเก็บบันทึกข้อมูลเชิงพันธุศาสตร์ ระบุจำนวนประชากรช้าง เพื่อใช้เป็นปัจจัยในการบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของป่า เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ในสายพันธุ์ร่มเงา รวมถึงเป็นแนวทางในการวางแผนอนุรักษ์ได้
หลังจากที่ได้พัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์สำเร็จ ผู้วิจัยได้เริ่มต้นสำรวจในพื้นที่จริง บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี พบว่าข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคดีเอ็นเอ มีความใกล้เคียงกับข้อมูลที่มีอยู่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ แสดงให้เห็นว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถใช้งานได้จริง โดยคาดว่าเทคนิคนี้จะได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานในสัตว์ชนิดอื่นต่อไป
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
