นอกจากหนังสือเรื่องรหัสลับดาวินชี แล้ว แดน บราวน์ เจ้าของนวนิยายแนวไขความลับปริศนายังมีผลงานอีกเรื่องหนึ่งโด่งดังไม่แพ้กัน คือ เทวา กับซาตาน เพียงแต่ยังไม่ถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์เท่านั้นนิยายเรื่องเทวากับซาตานกล่าวถึงคดีฆาตกรรมนักฟิสิกส์คนหนึ่งประจำห้องปฏิบัติการฟิสิกส์อนุภาคที่ชื่อ เซิร์น (CERN) หลังจากค้นพบความลับของจักรวาลจากการทดลองให้อะตอมชนกันด้วยความเร็วสูงผ่านเครื่องเร่งอนุภาคที่ตั้งอยู่ชายแดนฝรั่งเศสกับสวิตเซอร์แลนด์
เครื่องเร่งอนุภาคที่กล่าวถึงในนิยายมีอยู่จริงเรียกว่า ลาร์จฮาดรอน โคลลิเดอร์ หรือแอลเอชซีติดตั้งอยู่ใต้พิภพนับร้อยเมตร ตามแผนเดิมกะว่าจะเริ่มทดลองยิงอะตอมให้ชนกันในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ต้องเลื่อนออกไป และคาดว่าประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมปีนี้คงได้ฤกษ์เดินเครื่องจริงเสียที
แนวคิดก่อสร้างเครื่องเร่งอนุภาคมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ถูกเสนอเมื่อ20 กว่าปีที่แล้ว และใช้เวลาก่อสร้างมานานกว่า 10 ปี นักวิทยาศาสตร์คาดว่า เครื่องเร่งอนุภาคจะช่วยไขความลับเกี่ยวกับสสารมืด และมิติพิเศษของจักรวาล ตลอดจนหาคำตอบว่าทำไมอนุภาคถึงมีมวล เป็นต้น คำถามเหล่านี้ยังไม่อาจหาคำตอบได้ถ้าไม่มีเครื่องเร่งอนุภาคกำลังสูง และไม่มีวันก้าวข้ามความรู้ทางฟิสิกส์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้
เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีติดตั้งอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินลึก100 เมตร เชื่อมต่อกันเป็นวงแหวนมีระยะทาง 27 กิโลเมตร มีเป้าหมายเพื่อใช้ทดลอง 6 โครงการ แต่ละโครงการมุ่งศึกษาการชนกันของอนุภาคภายใต้สมมติฐานที่ต่างกัน และอาศัยเทคโนโลยีต่างกัน การก่อสร้างเครื่องเร่งอนุภาคเพื่อใช้ทดลองในแต่ละโครงการจำเป็นต้องอาศัยความสามารถทางด้านวิศวกรรมชั้นสูง ยกตัวอย่าง การทดลองที่เรียกว่า ซีเอ็มเอส (คอมแพค มิวออน โซลินอยด์) จำเป็นต้องใช้ปั้นจั่นขนาดใหญ่เป็นพิเศษซึ่งไปขอยืมจากเบลเยียม สามารถยกอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่มีน้ำหนัก 2,000 ตันลงไปในอุโมงค์ ยังไม่รวมถึงการติดตั้งแท่งแม่เหล็กขนาดใหญ่จำนวน 5,000 แท่งสำหรับเร่งอนุภาคให้วิ่งชนด้วยความเร็วสูง
ลึกๆแล้ว นักฟิสิกส์วงในรู้ดีว่าเครื่องเร่งอนุภาคไม่มีทางเดินเครื่องได้ก่อนเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม และก็ยังไม่แน่ว่าเมื่อถึงกลางปีนี้แล้ว การทดลองครั้งแรกจะเริ่มขึ้นได้ เพราะมันไม่ง่ายเหมือนกดปุ่มแล้วตั้งตารอดูเครื่องเร่งอนุภาคแต่ละตัวทำงานเต็มกำลัง 7 ล้านล้านอิเล็กตรอนโวลต์ได้ทันที
นักฟิสิกส์เชื่อว่าการทดลองครั้งแรกน่าจะต้องรออีกปีหนึ่งหรือนานกว่านั้น และคำตอบเพื่อไขปริศนาลับของอะตอมอาจต้องรอไปอีก 5 ปีเป็นอย่างน้อย นั่นหมายความว่ามีคำตอบให้ค้นพบ แต่มีความเป็นไปได้เสมอว่า การทดลองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ อาจไม่มีคำตอบออกมาเลย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
