ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นอีกตลาดที่แข่งขันรุนแรงผู้ที่ตกอยู่ในฐานะแบรนด์รองจึงจำเป็นต้องสร้างความโดดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งขันจึงจะสามารถอยู่รอดได้ฐานเศรษฐกิจ ฉบับนี้ จึงถือโอกาสสัมภาษณ์สองนักการตลาด มานพ มณีชวขจร ผู้อำนวยการฝ่ายขายการตลาดผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ วิทการ จันทวิมล บริษัท โมโตโรล่า (ประเทศไทย) จำกัด เกี่ยวกับทิศทางและกลยุทธ์การทำตลาดในปี 2550 นี้
เริ่มต้นที่ค่าย แอลจี ผู้ซึ่งกระโดดข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนกิมจิ เข้ามาร่วมเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดโทรศัพท์มือถือเมืองไทย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ช่วงแรกๆแอลจียังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดมากนัก แต่หลังจากที่แอลจีได้ส่ง LG Chocolate Phone เข้าสู่ตลาด ก็สามารถสร้างกระแสความนิยมและการยอมรับในตัวแบรนด์ได้อย่างน่าพอใจในแทบทุกตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดไทยสามารถทำสถิติยอดขายได้สูงถึง 80,000 เครื่อง และมียอดขายทั่วโลกรวมทั้งหมดกว่า 7 ล้านเครื่อง
++ตอกย้ำแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม
มานพ มณีชวขจร ผู้อำนวยการฝ่ายขายการตลาดผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือแอลจี กล่าวถึงการทำตลาดในปี2550นี้ว่า แอลจีได้กลับมาตอกย้ำแบรนด์อีกครั้ง ด้วยโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด LG Shine ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญในครึ่งปีแรกนี้ และยังเป็นโทรศัพท์มือถือระดับพรีเมี่ยม รุ่นที่ 2 ในตระกูล Black Label Series ซึ่งเน้นแฟชั่นการออกแบบรูปโฉมภายนอกที่มีความหรูหราและล้ำสมัย โดยตั้งเป้ายอดขายภายในปีนี้ 100,000 เครื่อง พร้อมกันนี้ยังทุ่มงบการทำตลาดโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้กว่า 100 ล้านบาท จากงบการลงทุนทั้งหมด 200 ล้านบาท
เราต้องการสร้างแบรนด์แอลจี ให้เป็นแบรนด์มือถือระดับพรีเมียม ซึ่งการดีไซน์ถือเป็นกลยุทธ์หลักที่เราให้ความสำคัญ มานพกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
สำหรับแผนการทำตลาดโทรศัพท์มือถือ LG Shine จะมีทั้งกิจกรรม Above the line ในส่วนของโฆษณาทั้งในสื่อโทรทัศน์ สื่อนิตยสาร-หนังสือพิมพ์ มาร์เก็ตติ้ง อีเว้นท์ และ Below the line ที่เป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่างๆ
มานพ กล่าวอีกว่า ในปีนี้แอลจีเตรียมเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่กว่า 20 รุ่น โดยจะครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งระดับบน กลางและล่าง อย่างไรก็ตามแอลจีจะไม่เน้นการเปิดตัวรุ่นใหม่จำนวนมากๆ แต่จะเน้นการเปิดตัวสินค้าให้ตรงตามความต้องการลูกค้าให้มากที่สุด
เมื่อถามถึงเป้าหมายในปีนี้ มานพ กล่าวว่าต้องการส่วนแบ่งทางการตลาด 5-6% โดยคิดเป็นยอดขายประมาณ 400,000-500,000 เครื่อง และตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับ 3 ภายใน 3 ปีนี้
++ชูแนวคิดการตลาดแบบ360องศา
ข้ามมายังฝั่ง โมโตโรล่า แบรนด์ที่เน้นความบันเทิงและความทันสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่ โดย วิทการ จันทวิมล วิทการ จันทวิมล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน เล่าให้ฟังว่า โมโตโรล่ากำลังรุกตลาดในกลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนท์ หรือบันเทิงอย่างหนัก
โดยมองว่านับวันตลาดกลุ่มนี้จะมีบทบาทและขยายตัวมากยิ่งขึ้น ในตลาดรวมโทรศัพท์มือถือเมืองไทยจากก่อนหน้านี้โทรศัพท์ที่จะมีฟังก์ชั่นการทำงานในลักษณะเอ็นเตอร์เทนท์ได้จะอยู่ในระดับไฮ-เอนด์เท่านั้น แต่ปัจจุบันในระดับกลางก็มีฟังก์ชั่นเอ็นเตอร์เทนเมนท์แล้ว
วิทการ กล่าวย้ำว่า เพื่อเกาะกระแสดังกล่าว ล่าสุดโมโตโรล่าได้เปิดตัว โมโตร็อคเกอร์ อี 6 ที่โมโตโรล่านำเสนอว่าเป็นสุดยอดมือถืออัจฉริยะแห่งความบันเทิงพร้อมตอบสนองการใช้งานด้านธุรกิจ โดยเน้นจับกลุ่มผู้ที่รักความบันเทิง
ทั้งนี้โมโตโรล่าจะเน้นการทำตลาดแบบ 360 องศาเพื่อสร้างให้โมโตร็อคเกอร์ อี 6 ติดตลาด เริ่มจากในแง่ตัวเครื่องมีการใส่คอนเทนต์ดิจิตอลอัลบั้มของศิลปินเดี่ยวและกลุ่มสุดฮอต ลีเดีย-ศรัณญ์รัชต์ วิสุทธิธาดา และเกิร์ลแบนด์น้องใหม่ วงเอลิเซ่ 6 พร้อมคลิปเบื้องหลังมิวสิกวิดีโอที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนของลิเดีย รวมทั้งการจับมือกับโอเปอเรเตอร์มือถือฟรีค่าโทร.300 บาท ด้วยทั้งการจัดโรดโชว์ตามที่ต่างๆ พร้อมเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ มินิคอนเสิร์ตของสาวลิเดีย และเกิร์ลแบนด์
ในด้านภาพรวมการทำตลาด วิทการ เปิดเผยถึงกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ให้ฟังว่า 1. พยายามที่จะจัดหาผู้สนับสนุนและผู้ร่วมกิจกรรมต่างๆเข้ามาทำ กิจกรรมร่วมกัน อย่างเช่น บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เป็นต้น เพราะเราคิดว่าทุกคนต้องเติบโตด้วยกันทั้งคู่ เราจึงหาวิธีร่วมมือกันเพื่อที่จะโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 2. เรื่องของการเข้าถึงผู้บริโภคให้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมตามสถานที่บันเทิงและสถานที่ต่างๆที่ผู้บริโภคอยู่ การทำกิจกรรม ณ จุดขาย เพื่อตอบสนองในแง่ของการซื้อ รวมไปถึงการเข้าใจผู้บริโภคให้มากขึ้นด้วย
ในครึ่งปีแรกของปี 2549 โมโตโรล่ามีการทำตลาดที่ดีโดยมียอดขายได้เท่ากับการทำตลาดในปี 2548 ทั้งปี หรือเทียบได้ว่าปี 2549 โตเท่าตัว มาในปี 2550 โมโตโรล่า ตั้งเป้าว่าจะให้มีการเติบโตในระดับเดียวกันกับปีที่ผ่านมา
สำหรับความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองในขณะนี้ วิทการ กล่าวว่า โมโตโรล่าไม่ได้มองถึงเรื่องนี้เป็นหลัก แต่โมโตโรล่าจะมองแต่ว่าจะปรับกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของ ผู้บริโภคและพยายามเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น
++อวด2จุดเด่นเทียบรัศมีคู่แข่ง
ในด้านการแข่งขัน ตลาดในตอนนี้ถือว่ามีคู่แข่งมากขึ้น และคู่แข่งทุกคนก็มีศักยภาพมากขึ้นด้วย รวมทั้งทุกคนต่างก็พยายามหาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดของตนเองออกมาใช้ เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าการแข่งขันไม่เหนื่อย แต่มีคงเป็นเรื่องของความสนุกที่เราได้แข่งขันกับคู่แข่ง โดยจุดเด่นของโมโตโรล่าจะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันคือ 1. ในแง่ตัวตราสินค้าโมโตโรล่า ซึ่งเป็นตราสินค้าที่ผู้คนให้การยอมรับค่อนข้างดี มีความน่าเชื่อถือ และเชื่อมั่นว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี
จุดเด่นที่2. อยู่ที่ตัวสินค้า โมโตโรล่าเรามีการออกแบบที่เข้าถึงผู้บริโภค และมีการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีสินค้าให้เลือกครบ ตั้งแต่ราคาถูกจนถึงราคาแพง ส่วนจุดด้อยนั้น เรายังต้องทำตัวเองให้โตมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเรายังไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ต้องการ
จากการพูดคุยกับสองนักการตลาดจาก แอลจี และ โมโตโรล่า จะเห็นได้ว่า ทั้งสองแบรนด์ต่างมุ่งสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นให้กับแบรนด์ตนเองเป็นหลัก ซึ่งจะโดนใจลูกค้าหรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป!
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
