กรีนเน็ตเวิร์ค (Green Network) หรือ เครือข่ายประหยัดพลังงานเป็นแนวคิดของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของไทย เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยลดภาวะโลกร้อน โดย หันมาใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทน จากธรรมชาติ ที่สถานีฐานเพื่อให้บริการสัญญาณโทรศัพท์โดยไม่สร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อม
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการเอไอเอส กล่าวว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นโทษ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้งานในปัจจุบัน อาทิ พลังงานจากไฟฟ้าที่ขบวนการผลิตอาจส่งผลให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเอไอเอสจึงนำพลังงานทดแทนจากธรรมชาติใน 4 รูปแบบมาใช้ ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) พลังงานจากแรงลม (กังหันลม) พลังงานจากน้ำมันไบโอดีเซล และชุมสายพลังงานต่ำ ซึ่งใช้ ผนังที่เก็บความเย็นได้ดีและป้องกันความร้อน ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศในการให้ความเย็น ใช้เพียงพัดลมคุณภาพสูงก็สามารถเก็บรักษาอุปกรณ์เครือข่ายที่สถานีฐานได้ ซึ่งการเลือกใช้พลังงานทดแทนแบบต่าง ๆ ต้องดูความเหมาะสมและองค์ประกอบของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก
เช่น สถานีฐานที่โครง การหลวงขุนแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ในกลุ่มเทือกเขาสูง ถนนหนทางคดเคี้ยวขรุขระ การเดินทางลำบาก และเมื่อปีที่ แล้วยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ดังนั้น สถานีฐานที่นี่จึงนำเทคโน โลยีโซลาร์เซลล์เข้ามาติดตั้งเพื่อให้พลังงานแทนไฟฟ้า โดยสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 3 วัน ในสภาพอากาศที่ไม่มีแดดและโปรยปรายด้วยสายฝน ช่วยให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ทำงานและอาศัยอยู่ที่นี่ สามารถใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว จากเดิมต้องใช้เวลาขับรถลงจากเขาเพื่อแจ้งข่าว หรือติดต่อกับคนพื้นราบประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ส่วนการดูแลสถานีฐานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ก็มีระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ต้องซ่อมบำรุงทุก 6 เดือนเช่นเดียวกับสถานีฐานที่ใช้พลังงานไฟฟ้าปกติ นอกจากนี้ เอไอเอส ยังได้ร่วมกับโครงการหลวงต่าง ๆ ตั้งสถานีฐานในโครงการหลวงเพื่อให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในละแวกนั้นได้ใช้งาน เบื้องต้นตั้งสถานีฐานแล้ว 35 สถานีฐาน และมีแผนจะติดตั้งสถานีฐานในโครงการหลวงอีก 3 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะใช้เทคโนโลยีในการให้พลังงานแตกต่างกันไป เช่นสถานีฐานที่ จ.สมุทรสงคราม ใช้พลังงานจากแรงลมในการให้พลังงานไฟฟ้า
นายวิเชียร กล่าวว่า แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งในสถานีฐานโครงการหลวงขุนแปะนำเข้าจากประเทศไต้หวัน มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งประเทศไทยอาจมีอายุการใช้งานราว 10 ปี โดยขณะนี้ทั่วโลกหันมาสนใจใช้เครือข่ายประหยัดพลังงานกันอย่างแพร่หลายแล้ว แต่ประเทศไทยยังใช้กันน้อย เพราะยังมีราคาแพง
“สถานีฐานที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อให้พลังงานจะมีต้นทุนสูงกว่าสถานีฐานที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าปกติ ประมาณ 1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการจ่ายค่าไฟฟ้าสถานีฐานละ 5,000 บาท/เดือน รวม 14,000 สถานีฐานทั่วประเทศ ส่งผลให้เอไอเอสต้องจ่ายค่าไฟฟ้าปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งการใช้เทคโน โลยีโซลาร์เซลล์จะช่วยประหยัด ค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 30-40% หาก จะให้คุ้มทุนต้องใช้โซลาร์เซลล์ประมาณ 9 ปี/สถานีฐาน เบื้องต้นเอไอเอสติดตั้งเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่สถานีฐานแล้ว 11 สถานีฐาน คาดว่าจะเพิ่มอีก 4 สถานีฐานในปีนี้ ” นายวิเชียร กล่าว
สถานีฐานที่โครงการหลวงขุนแปะ ใช้อุปกรณ์สถานีฐานแบบการรับสัญญาณจากสถานีฐานหลักแล้วมาทวนสัญญาณก่อนกระจายออกไป ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการ 3.5-4 กิโลเมตร รองรับการใช้งานของลูกค้าได้ 1,028 คน/ชม.
หากถามว่าใช้เทคโนโลยีประหยัดพลัง งานที่สถานีฐานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้ว ประชาชนได้อะไร เพราะไม่มีผลกระทบสามารถใช้งานโทรฯเข้า-โทรฯออกได้ปกติ
ก็ขอบอกว่า…ได้ใช้โครงข่ายที่สะอาดไม่สร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อม แม้คุยกระจาย!!!.
น้ำเพชร จันทา
namphetc@dailynews.co.th
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
