เอชพีฉลุย เปิดผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณล่าสุดยังขยายตัวดี สวนทางสภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ที่แผ่วลง ซีอีโอชี้ เป็นผลจากรายได้ในตลาดนอกประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เป็นตัวสนับสนุนหลัก สร้างความมั่นใจรายได้ตลอดปีงบประมาณจะยังไปได้สวยนายมาร์ก เฮิร์ด ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ฮิวเลตต์-แพ็คการ์ด โค (เอชพี) เผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณล่าสุดดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า เนื่องจากยอดขายในตลาดนอกสหรัฐอเมริกายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะยอดขายในกลุ่มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและโน้ตบุ๊ก ส่งผลให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นราว 38% หรือคิดเป็นมูลค่า 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปีก่อน และมียอดขายสุทธิอยู่ที่ 28,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 13% ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 25,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสูงกว่าที่บริษัทคาดไว้ก่อนหน้าว่าจะมียอดขายอยู่ระหว่าง 27,700-27,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ รายได้ของเอชพีส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วนราว 69% มาจากธุรกิจนอกสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัทไม่ให้แผ่วลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวภายในประเทศ ซึ่งกระทบต่อกำลังการใช้จ่ายด้านไอทีของภาคธุรกิจ และส่งผลให้บริษัทด้านไอทีทั้งหลายต้องปรับลดตัวเลขผลประกอบการไปตามๆ กัน เช่นกรณีของซิสโก้ ซีสเต็มส์ และแอปเปิล ทั้งนี้ รายได้ของเอชพีจากตลาดในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิก ในไตรมาสล่าสุดเติบโตขึ้นราว 22% จากปีก่อนหน้า ส่วนตลาดเกิดใหม่ ทั้งบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ทำรายได้ให้เอชพีรวมกันเพิ่มขึ้นราว 35%
จากการเติบโตในตลาดต่างประเทศที่ยังแข็งแกร่ง ประกอบกับแผนการปรับลดต้นทุนสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกรายนี้ว่า รายได้ทั้งปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคมนี้จะอยู่ระหว่าง 113,500-114,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่ามูลค่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 111,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้าซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 104,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เราเพิ่มยอดประมาณการของรายได้ขึ้นอีก แม้ว่าจะมีสัญญาณเตือนจากฟากผู้บริโภคถึงการระมัดระวังด้านการใช้จ่ายมากขึ้นในไตรมาสแรกก็ตาม แต่บริษัทก็ยังมั่นใจในนโยบายการปรับลดต้นทุนและฐานตลาดของเอชพีที่มีอยู่กว้างขวางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บริษัทยังมองในแง่ดีว่าจะสามารถนำธุรกิจฝ่าปัจจัยลบจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวได้ โดยเฉพาะจากรายได้ของธุรกิจกว่า 60% ของเอชพีที่อยู่นอกสหรัฐฯ ที่จะช่วยได้ นายเฮิร์ด กล่าว
กระนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์ยังมองว่า เอชพีอาจยังต้องเผชิญแรงท้าทายที่สำคัญจากเศรษฐกิจเชิงมหภาคที่กดดันงบใช้จ่ายด้านไอทีของภาคธุรกิจ โดยบริษัทวิจัย ฟอเรสเตอร์ รีเสิร์ช ประเมินว่า ในปี 2551 นี้ ภาคการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลกจะเติบโตราว 6% ซึ่งลดลงจากที่คาดไว้ก่อนหน้าที่ 9% ทั้งยังรวมถึงการขยับตัวของบริษัทคู่แข่งอย่างเดลล์ อิงค์ ที่หันปรับยุทธศาสตร์ทำตลาดเพิ่มช่องทางขายผ่านร้านค้าปลีก ทั้งปรับปรุงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อาจมีผลดึงยอดขายคอมพิวเตอร์ของเอชพีในปีนี้ไปได้บ้าง
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
