สององค์กรทุนวิจัยผนึกกำลังชูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตข้าวแต๋นลำปาง ซึ่งยอดขายทั้งปีกว่า 100 ล้านบาทดร.ฐิตาภาสมิตินนท์ หัวหน้างานฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีโครงการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีกลุ่มแปรรูปผักผลไม้และขนมไทย เข้าถึงแหล่งความรู้ โจทย์ปัญหาในอุตสาหกรรมและแหล่งทุนวิจัย เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
โครงการพิจารณาที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋น ของ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นขนมไทยที่ยอดจำหน่ายทั้งจังหวัดประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี โดยจะช่วยพัฒนาตั้งแต่เทคโนโลยีการนึ่งข้าว การทอด การอบ ก่อให้เกิดประโยชน์ทั่วทั้งจังหวัด ทั้งยังมีโปรแกรมพาผู้ผลิตเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อเสาะหาเทคโนโลยีที่ช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์โดยไม่ใช้สารวัตถุกันเสีย
ด้านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(มทร.ธัญบุรี) กลุ่มนักศึกษาภาควิชาเครื่องกล คณะครุศาสตร์เทคโนโลยี ร่วมกันออกแบบเครื่องอบข้าวแต๋นพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดระยะเวลาการตาก เพิ่มผลผลิตให้กลุ่มชุมชนและลดการสิ้นเปลืองแก๊สหุงต้มจากการอบด้วยเตาอบทั่วไป
เครื่องอบข้าวแต๋นที่คิดขึ้นนี้ ได้แนวคิดมาจากกลุ่มแม่บ้านศาลาหลวง ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ที่เครื่องอบใช้ไฟฟ้าร่วมกับแก๊สแล้ว มีค่าใช้จ่ายสูง จึงต้องการช่วยลดต้นทุนค่าพลังงาน ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มปริมาณในการอบให้มากขึ้น ทั้งยังมีความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานด้วย ผศ.สุจินสุนีย์ อาจารย์ที่ปรึกษา กล่าว
ส่วนประกอบสำคัญของเครื่องอบไฟฟ้าคือ ฮีตเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1,000 วัตต์ 3 ตัว เป็นต้นกำลังในการทำความร้อน และมอเตอร์ 0.25 แรงม้า เป็นต้นกำลังในการขับชุดพัดลม เพื่อพาความร้อนไปยังห้องอบ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 60 องศาเซลเซียส ทำให้เครื่องอบนี้สามารถประหยัดไฟได้มากกว่าเครื่องอบทั่วไป
จากการทดสอบเครื่องอบข้าวแต๋นของมทร.ธัญบุรี เปรียบเทียบกับเครื่องอบที่ใช้ไฟฟ้าร่วมกับแก๊ส สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่าตัว และใช้เวลาอบเพียง 3 ชั่วโมง ขณะที่ปริมาณข้าวแต๋นเพิ่มขึ้น 2 กิโลกรัม
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
