นักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอลเขียนโปรแกรมคณิตศาสตร์ให้คอมพิวเตอร์สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นภาพเขียนของจิตรกรปรมาจารย์อย่างวินเซนต์แวนโก๊ะ จริงหรือเป็นแค่ภาพเลียนแบบดาเนียลเคเรน อาจารย์ประจำคณะคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยไฮฟา อิสราเอล รับว่าจ้างจากนักสะสมภาพเขียนชาวอิตาลีให้ช่วยพิสูจน์ว่าภาพเขียนที่เขามีเก็บสะสมไว้เป็นของแท้หรือเปล่า และยังช่วยกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ศิลปินที่มักเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียดพิสูจน์ว่าเป็นภาพวาดของวินเซนต์ แวนโก๊ะ ของแท้หรือของเลียนแบบ
นักวิจัยอิสราเอลจัดการปัญหาโดยแปลงงานเขียนของศิลปินเอกเป็นชุดสูตรคณิตศาสตร์เพื่อให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มองหารูปแบบและเทคนิคการวาดรูปเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน โดยแบ่งพื้นที่ภาพออกเป็นตาราง จากนั้นแปลงส่วนของตารางเป็นสูตรที่สามารถนำมารวมกัน และเปรียบเทียบกันทีหลัง
ยกตัวอย่างภาพเขียนของศิลปินรายหนึ่งชอบโครงสร้างภาพเป็นแนวตั้งมาก เป็นต้น จิตรกรบางคนชอบวาดภาพเสาโทรศัพท์หรือตึกสูง เมื่อแปลงพื้นที่บนภาพวาดให้เป็นตารางช่องเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์คล้ายกับสูตรทางตรีโกณมิติ จะช่วยให้เห็นผลรวมที่แตกต่างของแต่ละส่วนได้ชัดเจน
อีกตัวอย่างหนึ่งศิลปินบางคนอาจชอบวาดภาพแนวนอน เช่น ภาพซุงลอยน้ำ กรณีนี้ตรวจได้ง่ายมากว่าใครเป็นคนวาดภาพ ก. ใครวาดภาพ ข. ส่วนถ้าภาพวาดมีสองเทคนิคผสมกันทั้งแนวตั้งและแนวนอน โปรแกรมสามารถใส่รหัสสีแต่ละตารางเพื่อช่วยวินิจฉัยภาพรวมทั้งหมดว่าโอนเอียงไปทางภาพของนาย ก. หรือนาย ข. มากกว่ากัน
ที่ผ่านมาคาเรนและทีมงานใช้เทคนิคดังกล่าวไปทดสอบภาพของศิลปินแล้ว 5 ราย ได้แก่ ศิลปินแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ อย่างแวนโก๊ะ และเรมบรันดต์ ศิลปินแนวเหนือจริงอย่างซัลวาดอร์ ดาลี และเรอเน มากริเต และศิลปินภาพแนวนามธรรม วาสซิลี คันดินสกี
ทีมวิจัยอิสราเอลทดลองกับภาพเขียน30 ภาพจากจิตรกรแต่ละคน ครึ่งหนึ่งใช้สำหรับสร้างรูปแบบจดจำทางคณิตศาสตร์ อีกครึ่งหนึ่งใช้ทดสอบแบบจำลอง ปรากฏว่าสูตรคณิตศาสตร์ที่พวกเขาสร้างขึ้นสามารถพิสูจน์งานเขียนได้แม่นยำราว 86% วิธีดังกล่าวเป็นประโยชน์สำหรับนักวาดภาพมือใหม่ และผู้เชี่ยวชาญ หากพัฒนาต่อไปอีกจะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างภาพสองภาพได้อย่างแม่นยำ หมายความว่าถึงภาพจะต่างกัน แต่สไตล์การวาดเหมือนกัน คอมพิวเตอร์จะบอกได้เลยว่าผลงานดังกล่าวมาจากศิลปินคนเดียวกัน โดยดูจากเทคนิคการวาดในอดีตเป็นแกนหลัก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
