ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่นิยมชมชอบความแรง ชอบการทำงานที่หลากหลาย ชอบงานตัดต่อวิดีโอที่มีความละเอียดสูง หรือเป็นนักเล่นเกมตัวยง ที่สำคัญต้องการพลังประสิทธิภาพเกินกว่าระดับที่โปรเซสเซอร์ 4 คอร์และสมรรถนะของกราฟฟิกต่างๆ ที่มีอยู่ในการ์ดชิ้นเดียวจะให้ได้ วันนี้ความต้องการของคุณกลายเป็นจริงแล้ว เพราะล่าสุด อินเทล เปิดตัวแพลตฟอร์มพีซีรุ่นใหม่ คือ Intel Dual Socket Extreme Desktop หรือเดิมใช้ชื่อรหัสว่า Skulltrail ที่สามารถรองรับโปรเซสเซอร์แบบ 4 คอร์ได้ถึงสองตัว นั่นหมายความว่า ภายในพีซีหนึ่งเครื่องจะมีเอ็นจิ้นในการประมวลผลรวมทั้งสิ้น 8 คอร์ด้วยกัน
เจฟฟ์ แมคเครีย รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มดิจิทัลโฮมของอินเทล กล่าวว่า เมื่อพูดถึงการพัฒนานวัตกรรมสำหรับผู้ใช้กลุ่มที่ต้องการพลังสุดขั้ว แพลตฟอร์มพีซีแบบ 8 คอร์รุ่นล่าสุดของเราชนะขาดลอย เมนบอร์ดรุ่นใหม่แกะกล่องอย่าง Intel? Desktop Board D5400XS ทำให้พีซีสามารถรองรับกราฟฟิกการ์ดรุ่นต่างๆ ที่ใช้กับซีพียูแบบ 4 คอร์จำนวนสองชุดได้ ด้วยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปที่เร็วที่สุดสองตัวดังกล่าว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ พีซีจะมีประสิทธิภาพที่น่าทึ่งอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
การจับคู่ของเมนบอร์ดรุ่น Intel Desktop Board D5400XS กับโปรเซสเซอร์ Intel Core 2 Extreme QX9775 สองตัว คือรากฐานที่สำคัญของแพลตฟอร์มพีซีรุ่น Intel Dual Socket Extreme Desktop นักเล่นเกมระดับเซียนจะต้องพอใจที่พวกเขาสามารถใส่กราฟฟิกการ์ดในพีซีได้หลายชิ้น โดยสามารถใช้ได้ทั้งการ์ดของ NVIDIA SLI และ ATI Crossfire เพื่อรองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่นกราฟฟิกรุ่นล่าสุดในปัจจุบันได้เต็มที่ ส่วนนักพัฒนาแอนิเมชั่นสามมิติ ศิลปินเพลงดิจิทัล และนักตัดต่อวิดีโอที่มีความละเอียดสูง จะต้องชื่นชอบประสิทธิภาพที่เกิดจากการประมวลผลซีพียูแบบ 8 คอร์ แมคเครีย กล่าว
โรเบิร์ต เอ ดัฟฟี ผู้อำนวยการ ฝ่ายเขียนโปรแกรมของบริษัท id Software กล่าวว่า เวลาคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ดังนั้น การที่พีซีเครื่องเดียวสามารถลงแกนประมวลผลของอินเทลได้มากถึง 8 คอร์ จะช่วยร่นระยะเวลาการทำงาน และทำให้ทีมงานเราสามารถสร้าง และทดสอบเกมรุ่นใหม่ๆ ได้เร็วกว่าเดิมมากอย่างเห็นได้ชัด ขั้นตอนการทำงานบางอย่างซึ่งเมื่อก่อนต้องใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงนั้น ตอนนี้เรากลับใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้นเอง และนี่คือผลจากการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากระบบประมวลผลแบบ 8 คอร์ ตลอดจนสมรรถนะในการแบ่งโค้ด เพื่อแบ่งการทำงานงานออกเป็นชิ้นย่อยๆ ได้ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีนี้ในระยะยาวคือ เราสามารถพัฒนาเกมที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนำออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
ด้าน เจอโรม วาชิต-โรตา ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท DivX Inc กล่าวว่า การปรับแต่งให้ codec ของเราให้สามารถดึงประโยชน์จากระบบประมวลผลแบบ 8 คอร์มาใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เรามีระบบประมวลผลภาพวิดีโอที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิมมาก ประโยชน์ที่ได้รับโดยตรงจากการทำงานของทั้ง 8 คอร์ ช่วยให้เรามี code การทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถรองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่ต้องใช้ประสิทธิภาพจากโปรเซสเซอร์มากเป็นพิเศษได้ เช่น การเข้ารหัสวิดีโอภาพและเสียงที่มีความละเอียดสูงในพีซี เป็นต้น ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้ กลุ่มผู้ใช้งานพีซีจะมีโอกาสใช้ระบบประมวลผลวิดีโอดิจิทัลที่มีคุณภาพสูงขึ้นจากเราอย่างแน่นอน
สำหรับโปรเซสเซอร์ Intel Core 2 Extreme QX9775 แต่ละตัว มาพร้อมแคช L2 ในตัวซึ่งมีขนาด 12 MB ซิสเต็มบัสความเร็ว 1600 MHz และคอร์ประมวลผล 4 คอร์ ซึ่งทำงานที่ความเร็ว 3.2 GHz เมื่อทำงานคู่กับเมนบอร์ดรุ่น Intel Desktop Board DX5400XS จะได้แพลตฟอร์มสมรรถนะสูงที่มีผลคะแนนการทดสอบทำลายสถิติที่เคยมีการบันทึกไว้ และยังเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่นรุ่นใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ส่วนผู้ใช้พีซีระดับสูง ซึ่งต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้นไปอีก อินเทลมีข่าวดีมาฝาก นั่นคือ อินเทลได้ปลดล็อกระบบการทำโอเวอร์คล็อกของโปรเซสเซอร์รุ่น Intel Core 2 Extreme แล้ว จึงเกิดความคล่องตัวในการปรับแต่งคุณสมบัติทางด้านเทคนิคในเครื่องได้ ส่งผลให้บริษัทคอมพิวเตอร์สามารถผลิตเครื่อง ที่มีประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าปกติได้ง่ายขึ้น
โปรเซสเซอร์ Intel Core2 Extreme QX9775 เริ่มวางจำหน่ายแล้ว โดยตั้งราคา MSRP ไว้ที่ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49,500 บาทส่วนเมนบอร์ด Intel Desktop Board D5400XS จำหน่ายในราคาประมาณ 649 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21,500 บาท ในขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ใช้กับแพลตฟอร์มรุ่นนี้ จะมีการจำหน่ายแยกต่างหาก
วิโรจน์ ธัญญหาญ
wirot@nationgroup.com
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
