เมื่อไม่นานมานี้ ดาราฮ่องกงตกเป็นข่าวครึกโครม หลังถูกมือดีนำภาพแอบถ่ายสวาทมาเผยแพร่อย่างโจ๋งครึ่มบนอินเทอร์เน็ต เหตุการณ์ทำนองนี้มักเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ บางครั้งก็เป็นภาพถ่ายจริงแต่หลายครั้งพวกมือบอนก็ตกแต่งภาพขึ้นมาเองด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ
ผู้บริหารบริษัท อะโดบี ซิสเต็ม อิงค์ เจ้าของโปรแกรมโฟโต้ช็อปอันโด่งดังใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เผยว่า อนาคต อะโดบีจะเปิดตัวเทคนิคการตรวจจับภาพตัดต่อ หลังลงเงินสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเครื่องมือตรวจจับภาพตัดต่อที่นักวิจัยจากวิทยาลัยดาร์ธเมาท์เป็นผู้คิดค้น
ฮานี ฟาริด เจ้าของซอฟต์แวร์คิว-อีฟ ที่อะโดบีสนับสนุน มีชุดเครื่องสำหรับมองหาร่อยรองการใช้เครื่องมือ สแตมป์ เพิ่มหรือลบสิ่งที่มีอยู่ในรูป อีกเครื่องมือหนึ่งเป็นการตรวจสอบการบันทึกภาพของกล้องดิจิทัล ซึ่งปกติแล้วภาพจะประกอบด้วยสีสามสี ได้แก่ แดง เขียว และ น้ำเงิน แทนที่จะใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับทั้งสามสีในแต่ละพิกเซล เครื่องมือจะตรวจหาร่อยรอยตกแต่งด้วยเครื่องมือพู่กัน หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ตกแต่งภาพของโฟโต้ช็อป และโปรแกรมตกแต่งภาพชนิดอื่น นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือตรวจหารูปแบบของแสงและงานที่ไม่กลมกลืนกันด้วย
ส่วน เจสสิกา ฟริดริช อาจารย์จากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตัน ใช้เทคนิคที่ซับซ้อนขึ้น โดยใช้เครื่องมือหลากหลายผสมกัน เช่น กล้องทุกตัวมีตำหนิที่มองไม่เห็นด้วยตามเปล่าสามารถนำมาใช้ยืนยันได้ว่าเป็นภาพถ่าย หรือภาพตกแต่ง ซอฟต์แวร์ของฟริดริชสามารถวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายจากกล้องตัวเดียวกัน และมองหาตำแหน่งพิกเซลที่มักเป็นตำหนิ ถ้าตำแหน่งพิกเซลที่เป็นตำหนิเกิดสว่างขึ้นแสดงว่าภาพนั้นถูกตกแต่งมา
ด้านผู้ผลิตกล้องอย่างแคนนอนก็เตรียมขายชุดอุปกรณ์เสริมที่จะบันทึกข้อมูลพิเศษลงในภาพซึ่งมองไม่เห็นด้วยตา และถ้าพบว่าค่าที่ใส่ไว้ไม่เหมือนเดิม แสดงว่าภาพต้นฉบับถูกแก้ไข
เทคนิคเหล่านี้ได้รับความสนใจจากตำรวจและทนายจำเลย เนื่องจากภาพถ่ายสามารถใช้เป็นหลักฐานที่ทำให้ชนะหรือแพ้คดีได้ นอกจากนี้ ธุรกิจสื่อสารมวลชนยังพยายามหาสารพัดวิธีเพื่อพิสูจน์ภาพว่าเป็นภาพจริง หรือตกแต่งขึ้นมาก่อนนำภาพไปตีพิมพ์ข่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
