คณะเภสัชศาสตร์เชียงใหม่วิจัยทำเจลหล่อลื่นและเจลบรรเทาปวดจากไคโตซานซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จากเปลือกกุ้งและแกนปลาหมึก เผยคุณสมบัติโดดเด่นกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด ระบุเจลหล่อลื่นใช้กรดที่พบในช่องคลอดเป็นตัวทำละลาย จึงไม่ระคายเคือง ส่วนเจลบรรเทาปวดก็ออกฤทธิ์นานพิเศษรศ.ดร.ภูริวัฒน์ลี้สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า นักศึกษาในคณะได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ดำเนินโครงงานพัฒนาเจลหล่อลื่นและเจลบรรเทาอาการปวดจากวัตถุดิบไคโตซาน ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จากเปลือกกุ้ง กระดองปู และแกนปลาหมึก
ผลิตภัณฑ์ต้นแบบเจลหล่อลื่นจากไคโตรซานมีคุณสมบัติพิเศษกว่าเจลหล่อลื่นที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดเนื่องจากเจลหล่อลื่นไคโตซานมีส่วนประกอบตามธรรมชาติ ที่เหมาะสำหรับใช้หล่อลื่นในช่องคลอด เนื่องจากใช้กรดเลคติก ซึ่งเป็นกรดธรรมชาติที่พบในช่องคลอด เป็นตัวทำละลาย จึงไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคือง
นอกจากนี้เจลหล่อลื่นไคโตซานยังสามารถยึดเกาะกับตัวเยื่อเมือกได้ดีกว่าเจลหล่อลื่นทั่วไป3-5 เท่า อีกทั้งมีต้นทุนผลิตต่ำกว่าเจลหล่อลื่นทั่วไปถึง 10 เท่า
ส่วนเจลบรรเทาอาการปวดจากไคโตซานที่มีส่วนผสมของสารต้านการอักเสบนั้น ต่อยอดมาจากเจลล้างมือไคโตซาน ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ ที่ประสบความสำเร็จไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยนำสารสกัดไคโตซานผสมกับแอลกอฮอล์และสารต้านการอักเสบ มาผลิตเป็นเจลบรรเทาอาการอักเสบและปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่น คือ สามารถบรรเทาอาการปวดได้นานขึ้น เนื่องจากออกฤทธิ์นานกว่า และต้นทุนต่ำกว่าเจลบรรเทาปวดทั่วไป
ทั้งนี้คณะเภสัชศาสตร์ มช.มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับไคโตรซานหลายชิ้น เช่น ฟิล์มไคโตซานผสมสารสกัดขมิ้นรักษาแผลร้อนใน น้ำตาเทียมไคโตซานรักษาอาการตาแห้ง แผ่นซับหน้าไคโตซาน และเจลล้างมือไคโตซานเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิว ที่ผ่านมามีบริษัทเอกชนให้ความสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจา คาดว่าปี 2552 ผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียมจะออกสู่ตลาด
ส่วนผลงานวิจัยเจลไคโตซานทั้งสองจะร่วมแสดงในนิทรรศการโครงงานอุตสาหกรรมและวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (IRCPUS) ครั้งที่ 6 พร้อมด้วยผลงานจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ อีกกว่า 1,000 โครงงาน ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
