จุดเปลี่ยนธุรกิจไอทีถึงยุคผลัดใบ ดันคนรุ่นใหม่ขึ้นบริหารงานแทน ล่าสุดถึงคิวเดอะแวลลู หลังณรงค์ อิงค์ธเนศ ประกาศลดบทบาทบริหาร เหลือเพียงกำหนดนโยบาย/พีอาร์ พร้อมดันทายาทธุรกิจรับไม้ต่อสร้างธุรกิจไปข้างหน้านายณรงค์ อิงค์ธเนศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเดอะแวลลู ซิสเต็มส์ จำกัด ผู้ค้าส่งสินค้าไอทีรายใหญ่ เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าขณะนี้ได้ลดบทบาทการบริหารงานในบริษัทลงมา เหลือเพียงแค่การกำหนดนโยบายและทิศทางธุรกิจในอนาคต รวมทั้งงานด้านประชาสัมพันธ์และระบบจัดการสารสนเทศในองค์กร (MIS) เพื่อการตัดสินใจทางด้านการลงทุน
ขณะที่งานด้านการบริหารได้เปิดทางให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริหารรุ่นที่ 2 ขึ้นมาบริหารงานแทน โดยล่าสุดได้แต่งตั้งนายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช กรรมการบริหาร ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการหรือซีโอโอ ทำหน้าที่ดูแลงานหลังบ้าน หรือ แบ็กออฟฟิศ,งานบริหารทรัพยากรบุคคล และการจัดส่งสินค้า ควบคู่กับการดูแลการขายผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ส่วนนายธงชัย พรรควัฒนชัย กรรมการบริหาร ยังคงดูแลงานด้านการกระจายสินค้า หรือดิสตริบิวชัน ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประมาณ 85% ของบริษัทตามเดิม
แวลลูอยู่ในธุรกิจไอทีมาเป็นเวลา 20 ปี ภายใต้การบริหารงานว่าจะทำอย่างไรจะให้เราเดินหน้าต่อไปได้อีก 30 ปีข้างหน้า หน้าที่ของตัวเองคือการวางรากฐานไปสู่อนาคต สิ่งที่สำคัญสุดคือการพัฒนาบุคลากรระดับที่ 2 คือ ผู้ถือหุ้น และระดับที่ 3 ขึ้นมาให้ทันเพื่อดูแลบริษัทต่อไป ซึ่งปีนี้เราทุ่มงบประมาณส่วนการพัฒนาบุคลากรเพิ่มขึ้น 100% โดยแวลลูเป็นส่วนหนึ่งของอีซีเอส ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งไอทีระดับภูมิภาค ดังนั้นบุคลากรต้องมีความพร้อมในส่วนของภาษาทั้งอังกฤษและจีน นอกจากนี้ยังมุ่งการอบรมในเรื่องของการเป็นผู้นำ หรือรีดเดอร์ชิพ
นายณรงค์ กล่าวต่ออีกว่า ธุรกิจค้าส่งสินค้าไอทีวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อ 20 ปีที่แล้วอย่างมาก เช่นเดียวกับแนวโน้มตลาดไอทีที่ตลาดคอนซูเมอร์มีการเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าดิจิตอลไลฟ์สไตล์ อาทิ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก ซึ่งผู้ใช้สามารถเก็บหนัง หรือเพลง จำนวนมหาศาลไว้เพื่อรองรับความบันเทิงภายในบ้าน หรือ จอแอลซีดี ที่เข้ามาแทนที่จอภาพแบบซีอาร์ที ทั้งนี้เชื่อว่าอีก 5 ปี ข้างหน้าสินค้าไอทีคอนซูเมอร์จะมีสัดส่วนประมาณ 75% ของตลาดรวมไอทีทั้งหมด
ซึ่งทิศทางของบริษัทจะมุ่งนำสินค้ากลุ่มสินค้าดิจิตอลไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการของตลาดคอนซูเมอร์มากขึ้น รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายไปยังช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด และการขยายตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น นอกเหนือจากช่องทางร้านค้าปลีกไอที ในศูนย์การค้าไอทีต่างๆ ขณะเดียวกันก็มุ่งจับมือกับดีลเลอร์ พัฒนาศูนย์บริการให้ครอบคลุม เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มดิจิตอลไลฟ์สไตล์ และนำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตมาช่วยในการจ่ายค่าตอบแทนจากการให้บริการลูกค้า เพื่อช่วยให้ดีลเลอร์ได้รับค่าตอบแทนเร็วขึ้น
นอกจากนี้ปัจจุบันมีดีลเลอร์ทำการซื้อขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซแบบบีทูบี (Business to Business)หรือแวลู ออนไลน์ โดยขณะนี้มียอดใบสั่งซื้อ 40-50% ของบริษัทมาจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งทิศทางการพัฒนาต่อไปคือระบบอี-คอมเมิร์ซแบบบีทูซี (Business to Consumer) ซึ่งขณะนี้มีดีลเลอร์ต้องการให้บริษัทพัฒนาอี-คอมเมิร์ซแบบบีทูซีไปยังกลุ่มลูกค้าของดีลเลอร์ ส่วนเป้าหมายปีนี้นั้นได้วางตัวเลขการเติบโตไว้ประมาณ 17% จากปีที่ผ่านมา โดยปีที่ผ่านบริษัทมีรายได้ประมาณ 10,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5%
อนึ่งก่อนหน้านี้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของไทยมีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยผลักดันคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กร อาทิ กลุ่มบริษัทเมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีแต่งตั้งกรรมการบริหารขึ้นดำรงตำแหน่งเพิ่มเติมในฐานะผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท 4 กลุ่มธุรกิจ คือ นายวีรพันธุ์ ดุรงค์แสง เป็นผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจด้านฮาร์ดแวร์ , นายอรุณ ต่อเอกบัณฑิต เป็นผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจด้านซอฟต์แวร์โซลูชัน , นายธงชัย หล่ำวีระกุล เป็นผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจด้านออฟฟิศซัพพลายและ นายสุรเดช เลิศธรรมศักร์ เป็นผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์/ผลิตภัณฑ์ของศูนย์คอมพิวเตอร์ และบริษัท ที.เอ็น. อินฟอร์เมชั่น ซิสเท็มส์ จำกัด ในเครือไทยสงวนวานิช ที่มีการผลักดันผู้บริหารรุ่นใหม่ขึ้นมาดูแล และผลักดันขับเคลื่อนธุรกิจ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย นายอัศวิน วราทร ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ นายชาย แต่บรรพกุล ประธานกลุ่มธุรกิจธนาคารและสถาบันการเงิน และนายวรพจน์ ธีระพรกุล ประธานกลุ่มธุรกิจบริการด้านไอที
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
