คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สมองกลที่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการออกแบบและจำลองวัตถุแบบ 3 มิติมาเป็นระยะเวลานาน ในอนาคตข้างหน้าอาจมีการพัฒนาโฉมหน้าไปอีกขั้น ในทางที่เพิ่มความรู้สึกถึงสัมผัสพื้นผิวของวัตถุ เป็นต้นว่าขรุขระ หรือราบเรียบ หยาบหรือลื่น หรือรู้สึกถึงการกระแทกกันของวัตถุสองสิ่งที่ประกบเข้ากัน และสังเกตได้แม้ตำแหน่งการวางของวัตถุเคลื่อนไปจากเดิมเพียงเล็กน้อยทั้งหมดนี้เป็นไปได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีปฏิสัมพันธ์ที่อิงกับการสัมผัสด้วย ซึ่งพัฒนาโดยนายราล์ฟ โฮลลิส ศาสตราจารย์วิจัยจากสถาบันหุ่นยนต์แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน ในสหรัฐอเมริกา ที่จะเปลี่ยนให้เทคโนโลยีของเครื่องเล่นเกมวี ของนินเทนโดที่มีระบบจับความเคลื่อนไหว และส่งสัญญาณการกระแทกกลับมายังผู้เล่น กลายเป็นของเล่นแบบเด็กๆ ไปในฉับพลัน โดยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายถ้วย มีน้ำหนักเบา เรียกว่า โฟลตเตอร์ (flotor) แทนที่จะใช้มอเตอร์และการเชื่อมต่อเชิงกลเพื่อสร้างความรู้สึกสัมผัสหรือส่งแรงกลับมายังผู้ใช้แบบเหมือนอย่างอุปกรณ์ที่สร้างความรู้สึกสัมผัสที่มีอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน อุปกรณ์ใหม่นี้จะใช้เทคโนโลยีการลอยด้วยแม่เหล็ก โดยจะฝังด้วยขดลวด 6 เส้น เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปยังขดลวด ตัวโฟลตเตอร์นี้จะลอยขึ้นเหนือสนามแม่เหล็กที่เกิดภายในขดลวด ซึ่งผู้ใช้ก็ถือคันจับที่ติดมากับตัวโฟลตเตอร์ในการบังคับ
การใช้คันจับนี้ก็มีลักษณะเดียวกับเมาส์คอมพิวเตอร์ แต่สามารถบังคับได้แบบ 3 มิติ ทั้งขึ้น/ลง ซ้าย/ขวา หน้า/หลัง เอียง ตั้ง และหมุนตัวเซ็นเซอร์แบบออพติคัลที่ติดมากับเครื่องจะประเมินตำแหน่งและจับการเคลื่อนไหวของโฟลตเตอร์ แปลงออกมาเป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวของวัตถุเสมือนที่อยู่บนหน้าจอ และเมื่อวัตถุเสมือนที่ผู้ใช้กำลังบังคับอยู่ไปกระทบกับพื้นผิวหรือวัตถุอื่นๆ ที่อยู่ในจอเดียวกัน จะเกิดสัญญาณโต้ตอบส่งผ่านกลับมายังขดลวดไฟฟ้าของตัวโฟลตเตอร์ สร้างความรู้สึกสัมผัสกลับมายังผู้ใช้
ปัจจุบัน มีการสร้างตัวโฟลตเตอร์ออกมาแล้ว 10 เครื่อง ในจำนวนดังกล่าวมีการกระจายไปให้กับนักวิจัยตามสถาบันทั้งในสหรัฐฯ และแคนาดา 6 เครื่อง เพื่อทำการวิจัยต่อทั้งที่ฮาร์วาร์ด แสตนฟอร์ด เพอร์ดู คอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยยูทาห์ และมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย
นายริชาร์ด ชิม นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยไอดีซี ชี้ว่าการโต้ตอบปฏิกิริยาด้านการสัมผัส สร้างความน่าสนใจและความน่าดึงดูดในการนำไปใช้ต่อยอดได้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยู่ในโลกที่สัมผัสจับต้องได้ บางคนอาจนึกถึงระบบโต้ตอบผ่านการสัมผัสเป็นลูกเล่นหนึ่ง แต่อันที่จริงมันอาจมีความสำคัญมากกว่านั้น ขณะที่ในปัจจุบันมีระบบงานที่อิงกับเทคโนโลยีการโต้ตอบด้วยการสัมผัสอยู่ให้เห็นทั่วไปทั้งในอุตสาหกรรมเกม หรือการฝึกอบรม แต่ในมุมอื่นก็อาจนำไปประยุกต์ใช้ได้ในฟากของธุรกิจ เช่น รู้สึก ถึงเส้นกราฟ เพื่อชี้ให้เห็นจุดที่ชัดเจนขึ้น
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
