หน่วยธุรกิจด้านความบันเทิงของโซนี่ คอร์ปอเรชั่นกำลังเผชิญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่งท่ามกลางการช่วงชิงอย่างดุเดือดในฐานะผู้นำตลาดเครื่องเล่นเกมยุคหน้า เหมือนฟ้าผ่ากลางโซนี่เมื่อนายเคน คูตาราจิ ผู้ได้ชื่อเป็นบิดาแห่งเครื่องเพลย์สเตชั่นของโซนี่ประกาศที่จะวางมือจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือเอสซีอี ในวันที่ 19 มิ.ย. นี้เหลือเพียงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีอาวุโสให้กับโซนี่เท่านั้นส่วนผู้ติดโผรายชื่อเข้ามาสานงานต่อคือนายคาซูโอะ ฮิราอิ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการให้กับกลุ่มธุรกิจเอสซีอี ซึ่งถือเป็นภารกิจที่หินไม่ใช่เล่น เพราะต้องเข้ามาแทนที่ผู้ซึ่งเป็นตำนานของอุตสาหกรรมเครื่องเล่นวีดีโอเกมที่เอาชนะคู่แข่งขันทั้งนินเทนโดและเซก้า ขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องเล่นเกมมาถึงสองยุคยากที่จะหาใครเทียบ
ภารกิสุดหินที่นายฮิราอิต้องเผชิญคงไม่ใช่การวัดรอยเท้ากับนายคูตาริจิเสียทีเดียว หากแต่อยู่ที่ความสามารถในการนำธุรกิจวีดีโอเกมเครื่องเล่นเกมเพลย์ สเตชั่น3 (พีเอส3) ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพ.ย. ปีก่อนให้ไล่กวดคู่แข่งทั้งไมโครซอฟท์ และนินเทนโดขึ้นมาให้ได้มากกว่า เพราะจากงบประมาณการลงทุนในเทคโนโลยีที่ใช้กับพีเอส3 จำนวนมหาศาลแต่มียอดขายไม่เป็นที่น่าพอใจ และลงเอยด้วยยอดขาดทุนของธุรกิจลากยอดขายโดยรวมของโซนี่ให้ตกลงตามน่าจะเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งจัดการ
นายโยชิฮารุ อิซูมิ นักวิเคราะห์จากเจพี มอร์แกนประเมินว่าธุรกิจเกมของโซนี่อาจขาดทุนถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณที่ผ่านมาซึ่งปิดงบไปเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ผลกำไรจากการดำเนินงานคาดว่าจะอยู่ที่เพียง 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น และมีการตั้งเป้าหมายว่าธุรกิจเกมของโซนี่ควรฟื้นได้ภายในปีนี้ แต่จะฟื้นมาได้อย่างตั้งใจไว้หรือไม่ นายฮิราอิเท่านั้นที่จะต้องคิดหากลยุทธ์ที่จะงัดสินทรัพย์ที่มีอยู่ในส่วนธุรกิจเกมออกมาใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ทั้งนี้เป็นที่คาดว่ากระบวนการบริหารของนายใหม่ของธุรกิจเกมโซนี่นั้นจะต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากประสบการณ์และบุคลิกการบริหารของผู้บริหารคนใหม่ที่ทำงานกับโซนี่ในสหรัฐอเมริกามานานถึง 23 ปี ทำให้คาดว่าบุคคลผู้นี้น่าจะมีบทบาทสำคัญในการปรับโฉมธุรกิจเกมของโซนี่เข้าสู่ตลาดเกมโลกให้มากกว่าเดิม และนายฮิราอิคนนี้ที่มีบทบาทผลักดันข้อตกลงระหว่างโซนี่กับนนักพัฒนาเกมและผู้จำหน่ายเกมในสหรัฐอเมริกา นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่าความสัมพันธ์ที่มีอย่างแนบแน่นนี้น่าจะเป็นจุดแข็งที่จะสนับสนุนตลาดเกมของโซนี่ทั้งเครื่องเล่นเกมพกพา (พีเอสพี) พีเอส2 และพีเอส3 ฟื้นความแข็งแกร่งมาได้อีกครั้ง
กระนั้น สิ่งที่ยังเป็นความท้าทายคือ แม้นายฮิราอิจะทำงานร่วมกับโซนี่มานาน แต่ก็ไม่มีประสบการณ์หรือความแข็งในด้านของเทคโนโลยีเมื่อต้องเข้ามาบริหารในตลาดเครื่องเล่นเกมที่มีการแข่งขันด้านการพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง จะสามารถนำธุรกิจของโซนี่ให้ก้าวไปได้ไกลเพียงใด เพราะโจทย์ที่สำคัญในเวลานี้เมื่อพิจารณาจากยอดขายในสหรัฐอเมริกา โซนี่มียอดขายพีเอส3อยู่ที่ 1.2 ล้านเครื่อง เทียบกับเครื่องวีของนินเทนโดที่ 2.1 ล้านเครื่อง และเครื่องเอ็กซ์บ๊อกซ์ 360 ของไมโครซอฟท์ที่ 5.3 ล้านเครื่อง ทำอย่างไรจึงจะอุดช่องว่างการแข่งขันกับคู่แข่งให้แคบลงได้มากที่สุดควบคู่ไปกับการกู้คืนกำไรของธุรกิจให้กลับคืนมา
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
