ผลจากไฟไหม้โรงงานผลิตแบตเตอรี่เบอร์สองของเกาหลีใต้ป่วนอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ทั่วโลก เอซุสเทค คาดอาจกระทบต่อยอดการจัดส่งสินค้าในไตรมาส 2 สูงถึง 40% ด้านเดลล์ระบุเจรจากับพันธมิตรผู้ผลิตแบต รายอื่นเพื่อคุมราคาไม่ให้กระทบผู้บริโภค ขณะที่เอชพี งดแสดงความเห็นระบุเพียงอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบนายเควิน ลิน รองประธานบริษัทเอซุสเทค คอมพิวเตอร์ฯ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ 2 ของไต้หวันเผยว่า อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแบตเตอรี่ เนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่เป็นผู้จัดส่งแบตเตอรี่ป้อนอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ทั่วโลก กรณีดังกล่าวจึงอาจส่งผลกระทบต่อยอดการจัดส่งคอมพิวเตอร์ของเอซุสเทคในไตรมาส 2 ของปีนี้ ราว30-40% แต่ก็คาดว่าจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น
การออกมากล่าวเตือนของเอซุสเทคมีขึ้นในทำนองเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กตามสั่งคอมพาว อิเล็กทรอนิกส์ออกมาระบุเช่นกันว่า การขาดแคลนแบตเตอรี่จะส่งผลให้บริษัทมีสินค้าส่งให้ลูกค้าในจำนวนจำกัด
ทั้งนี้ แอลจี เคมซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานผลิตแบตเตอรี่อ๊อกชางที่ถูกไฟไหม้คาดว่าโรงงานจะกลับมาเริ่มเดินสายการผลิตได้อีกครั้งใน 2-3 เดือนข้างหน้านี้ โดยแอลจี เคมเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ป้อนสินค้าให้กับทั้งเอซุสเทค และขายให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา เช่น เดลล์ และฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) โดยมีคู่แข่งยักษ์ใหญ่คือ ซัมซุง เอสดีไอ
นายเดเนียล ชาง นักวิเคราะห์จากแมกควารี ซีเคียวริตีส์ แสดงทรรศนะว่า การผลิตแบตเตอรี่ในช่วงไตรมาส 1 มีสัญญาณการตึงตัวอยู่มากแล้ว แต่หลังจากเกิดไฟไหม้ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้บีบรัดจนทุกคนเริ่มเบนไปหาทางเลือกอื่น บ้างก็หันไปซื้อแบตเตอรี่จากโซนี่ และพานาโซนิคแทน และแน่นอนว่า ในไตรมาส 2 นี้ ยอดการจัดส่งคอมพิวเตอร์จะต้องได้รับผลกระทบอย่างไม่ต้องสงสัย หากแต่ไม่อาจประเมินได้ว่าจะอยู่ที่เท่าไร ซึ่งเราก็คาดไว้ที่ราว 10-15%
กระนั้น ในมุมของนักวิเคราะห์เห็นว่า ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จะสามารถหาทางชดเชยต้นทุนของแบตเตอรี่ที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วยส่วนประกอบอื่นๆ เช่น หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ซึ่งปัจจุบันราคาปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
ด้านบริษัท เดลล์ อิงค์ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ออกมาระบุเช่นกันว่ามีแรงกระทบจากปัญหาการขาดแคลนแบตเตอรี่ โดยกำลังหารือกับผู้ผลิตรายอื่นที่เป็นพันธมิตรธุรกิจเพื่อจำกัดราคาไม่ให้ปรับเพิ่มจนกระทบต่อผู้บริโภค แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีการปรับเพิ่มราคาแบตเตอรี่ที่ขายแยกต่างหากเป็นแบตเตอรี่สำรองไปแล้ว ส่วนโฆษกของเอชพีกล่าวว่า กำลังหารือถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับแอลจี เคมอยู่ และว่าผลกระทบที่มีต่อเอชพีและผู้ผลิตตามสั่งหรือโออีเอ็มรายอื่น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทั้งนี้ บริษัทวิจัยไอดีซีฯประเมินว่า ตัวเลขการจัดส่งโน้ตบุ๊กในตลาดโลกปีนี้น่าจะปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 138.6 ล้านเครื่อง จากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 110.3 ล้านเครื่อง แต่สำหรับยอดการจัดส่งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกในปีนี้อาจตกลงมา 10.9% หรือ 293 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับยอดคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 11.6% หรือ 264 ล้านเครื่อง เพราะแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ถึงอย่างนั้นก็ยังมองว่าตลาดในประเทศเกิดใหม่ยังจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ต่อไปได้โดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา และตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ทดแทนเครื่องเก่า
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
