ยักษ์มือถือโนเกียเดินยุทธศาสตร์กร้าว ฮุบซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดในซิมเบียน ส่งสัญญาณเทรนด์อุตฯ สื่อสารไร้สายโลกสู้กันที่ซอฟต์แวร์ ตั้งกลุ่มร่วมมือระบบงานแบบเปิดเผยซอร์ซ โค้ด ระบุใน 2 ปี เผยแพร่โค้ดพัฒนาระบบปฏิบัติการให้นักพัฒนาอิสระได้นำไปใช้ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ด้านไมโครซอฟท์-กูเกิลไม่หวั่น พร้อมรับการแข่งขันที่จะมาถึงจากการประกาศของโนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลกซื้อหุ้นที่เหลือในซิมเบียน ผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ (สมาร์ทโฟน) นอกเหนือจากที่ตนถือครองอยู่ จากผู้ถือหุ้นรายอื่นทั้งหมดราว 52% หรือคิดเป็นมูลค่า 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และระบุที่จะออกระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนภายใต้ไลเซนส์แบบเปิดเผยซอร์ซ โค้ด หรือโอเพน ซอร์ซ
กรณีดังกล่าวเท่ากับว่า ซิมเบียนจะเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนรายล่าสุดที่หันให้การสนับสนุนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซ ที่เปิดกว้างให้นักพัฒนานำแพลตฟอร์มซิมเบียนมาใช้เป็นเครื่องมือต่อยอดสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ๆ สำหรับตลาดสมาร์ทโฟน นอกเหนือจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล และโอเอส เอ็กซ์ไอโฟนของแอปเปิล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสะท้อนทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สาย ต่อจากนี้แทนที่จะเน้นด้านคุณสมบัติใช้งาน ชิปงานกราฟิก และส่วนปฏิสัมพันธ์การใช้งานใหม่ๆ จะมุ่งไปที่แพลตฟอร์มที่พัฒนาให้ใช้งานง่ายขึ้นเอื้อให้นักพัฒนานำไปสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานหลากหลายด้านได้รวดเร็วขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั้งด้านเนื้อหาและซอฟต์แวร์
เพื่อสนับสนุนโครงการโอเพน ซอร์ซ โนเกียยังระบุที่จะตั้งกลุ่มซิมเบียน ฟาวเดชัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ต้องการเผยแพร่โค้ดซอฟต์แวร์และทรัพยากรทางเทคโนโลยีให้กับการพัฒนาของซิมเบียน ในที่นี้ รวมถึงโมโตโรล่า และโซนี่ อีริคสัน ที่ตัดสินใจนำโครงการยูไอคิว (UIQ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปฏิสัมพันธ์หน้าจอสัมผัสของตนมาช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ของซิมเบียน ส่วนเอ็นทีที โดโคโม ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายของญี่ปุ่นนำเทคโนโลยีปฏิสัมพันธ์ที่เรียกว่า MOAP(S) ของตนมาร่วมกับซิมเบียนด้วย และยังไม่รวมถึงความร่วมมือจากเอทีแอนด์ที ซัมซุง และเท็กซัส อินสตรูเมนต์อีก
ในด้านหนึ่งการจัดตั้งกลุ่มซิมเบียน ฟาวเดชันเป็นแผนรุกตลาดแข่งกับกูเกิล คู่แข่งรายใหม่ในตลาดสื่อสารไร้สายที่ต้องการตั้งกลุ่มความร่วมมือโทรศัพท์มือถือแบบเปิด (Open Handset Alliance) พัฒนาระบบปฏิบัติการเปิดเผยซอร์ซโค้ดแอนดรอยด์ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไร้สาย เช่น เอ็นทีที โดโคโม สปริ้นท์ เน็กซ์เทล และที-โมบายซึ่งมาจากฟากผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย และจากฟากผู้ผลิตเครื่อง เช่น เอชทีซี แอลจี โมโตโรล่า และซัมซุง ซึ่งสองรายหลัง เนื่องจากร่วมในซิมเบียน ฟาวเดชันด้วยจึงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไปกับการเป็นพันธมิตรร่วมในโครงการแอนดรอยด์ของกูเกิล
ทั้งนี้ โนเกียระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากตั้งซิมเบียน ฟาวเดชันแล้วจะเริ่มออกเผยแพร่ส่วนประกอบของโค้ดซอฟต์แวร์ภายใต้ไลเซนส์ก่อนและคาดว่าอีกประมาณ 2 ปีข้างหน้าจะเผยแพร่โค้ดพัฒนาระบบปฏิบัติการซิมเบียนแบบเวอร์ชันเต็มตามออกมา โดยระบบปฏิบัติการซิมเบียน ปัจจุบันถือเป็นระบบปฏิบัติการหลักของตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยสัดส่วนราว 60% ขณะที่โนเกีย เผยว่าโทรศัพท์มือถือมากกว่า 200 ล้านเครื่องที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทั่วโลกต่างใช้ระบบปฏิบัติการซิมเบียนแทบทั้งสิ้น
หากแต่ซิมเบียน ยังตามหลังคู่แข่งอย่างรีเสิร์ช อิน โมชั่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องแบล็กเบอร์รี ปาล์ม วินโดว์ส โมบาย และไอโฟนในการทำตลาดสหรัฐอเมริกา ดังนั้น โดยนัยของการปรับไปสู่ยุทธศาสตร์โอเพนซอร์ซ นอกจากเพิ่มโอกาสขยายเครือข่ายนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับซิมเบียนเพื่อรักษาฐานตลาดเดิมแล้ว ยังอาจช่วยขยายโอกาสเข้าถึงตลาดที่ซิมเบียนยังไปไม่ถึง และสกัดไม่ให้คู่แข่งเข้าสู่ตลาดอย่างในยุโรปที่ซิมเบียนมีความแข็งแกร่งด้วยนั่นเอง
ด้านคู่แข่งทั้งไมโครซอฟท์ เจ้าของระบบปฏิบัติการวินโดว์ส โมบาย และกูเกิล ต่างระบุไม่ได้นึกหวั่นเกรงกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของโนเกีย หากแต่มองว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้เล่นรายหลักของตลาดขยับมาสู่ยุทธศาสตร์แบบเปิดซึ่งทั้งสองต่างก็สนับสนุนแนวคิดนี้อยู่ก่อนแล้ว เท่ากับสะท้อนให้เห็นอุตสาหกรรมโดยรวมกำลังเดินตามมาในทางเดียวกัน
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
