สัมภาษณ์การแข่งขันเพื่อชิงความเป็นผู้นำตลาดไมซ์ (MICE : meeting-M/ incentive-I/ convention-C/ exhibition-E) ในเอเชียดีกรีความร้อนแรงสูงขึ้นตามลำดับ มาวาร์ เควก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Broad : STB) ประจำประเทศไทยและพม่า ให้สัมภาษณ์พิเศษ ประชาชาติธุรกิจ ถึงการวางกลยุทธ์ของสิงคโปร์เพื่อไปสู่เป้าหมายผู้นำครอบคลุมทุกด้าน
- สิงคโปร์วางเป้าเป็นผู้นำและฮับอะไรบ้าง
การท่องเที่ยวสิงคโปร์มีภารกิจหลักในการพัฒนาตลาดท่องเที่ยวเชิงนักธุรกิจ (Business Tourism : BT) และ MICE ทั้งหมด ไว้ในแผน 10 ปี ภายในปี 2558 จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากเพิ่มเป็น 30,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ จากผู้ที่เดินทางเข้ามา 17 ล้านคน แยกไว้สำหรับกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว 2,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์
กุญแจความสำเร็จตามเป้าหมายมีอยู่ 3 ดอก คือ สร้างความแข็งแกร่งการเป็นผู้นำ คอนเวนชั่น (C) และเอ็กซิบิชั่น (E) เอเชีย และศูนย์กลาง การแลกเปลี่ยนของโลก เป็นผู้นำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน (leisure destination) และเป็นศูนย์กลางการบริการเอเชีย (Service centre of Asia) ตำแหน่ง 3 ผู้นำจะเป็นแรงส่งให้สิงคโปร์ก้าวไปถึงจุดหมายตามเป้า ที่วางไว้ได้
- กลยุทธ์สู่ความสำเร็จต้องอาศัยเครื่องมือใดบ้าง
กระแสธุรกิจและไมซ์ในสิงคโปร์มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 25% สร้างรายได้ให้ประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่ม 30% ปี 2558 จะต้องขยับเพิ่มอย่างต่ำ 35% สร้างเงินไม่น้อยกว่า 10,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ลั่นกรองรบด้วย แคมเปญหลัก BE in Singapore ซึ่งจะเป็นทั้งตระกร้ารางวัลในการชิงงานประมูลอีเวนต์ทางธุรกิจเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาฐานรากทางเศรษฐกิจมากที่สุด
กลยุทธ์การสร้างความแปลกใหม่ด้วยโปรดักต์เรียกน้ำย่อยตลาดไมซ์จะเริ่มกุมภาพันธ์ 2551 สิงคโปร์กำลังก่อสร้าง Singapore Flyer ลักษณะคล้าย London Eye ไฮไลต์จะมีห้องประชุมแบบแคปซูลลอยฟ้าจุได้ 25-30 คน ความแปลกใหม่ที่เหมาะกับนักธุรกิจที่ต้องการ การประชุมที่มีความเป็นส่วนตัวสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างครบครัน สามารถจัดประชุม ดินเนอร์ แต่งงานได้ โดยใช้เวลาไม่นานเพียง 30 นาที-1 ชั่วโมง ก็ปิดดีลธุรกิจกันได้ ส่วนภายในอาคารก็มีร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ช็อปต่างๆ
ในอีกทางหนึ่งก็พยายามปรับโครงสร้างทุกด้าน เช่น ปรับบริการลูกค้า ปรับกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน พัฒนาคาร์กคี ปัจจุบันเป็นย่านไนต์ไลฟ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จะเพิ่มจุดขายเรื่องความตื่นเต้นใหม่เข้าไป และ การขยายพื้นที่ในสนามบินนานาชาติชางยี ไตรมาส 3 ปีนี้จะเปิดอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 เป็น JET QUAY TERMINAL ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของนักธุรกิจที่พร้อมจ่ายสูงกว่าทั่วไปแต่ได้รับความเป็นส่วนตัวสูง ตลาดกลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้มีชื่อเสียงของโลก Celebrity
หมายถึงออกแบบบริการต่างจากอาคารหลัง 1 และ 2 มีเจ้าหน้าที่ทำเช็กอินในเทอร์มินอลหลักที่จะขึ้นเครื่องบิน มีบักกี้คอยบริการทุกจุดพร้อมรถพาไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ลูกค้าแต่ละคนต้องการไป มีห้องประชุมทางธุรกิจ JET QUAY TERMINAL จะเป็นพื้นที่สุดแสนเอ็กซ์คูลซีฟ ลูกค้าที่พร้อมจะใช้บริการก็มี นักธุรกิจจากกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง มหาเศรษฐีอินเดีย เซลิบริตี้ทั่วโลก
- แล้วการขับเคลื่อนเมกะโปรเจ็กต์จะผนึกเข้าด้วยหรือไม่
จากนั้นภายใน 2-3 ปีนี้ สิงคโปร์อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 เมกะโปรเจ็กต์ ได้แก่ เมกะโปรเจ็กต์ 1 มารีน่า เบย์ แซนด์ส เมื่อแล้วเสร็จราวปี 2552 สิงคโปร์จะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีห้องแกรนด์บอลรูม และสิ่งอำนวยความสะดวกใหญ่สุดในเอเชีย รับการประชุมขนาด 8,000 คน ได้สบายๆ มีพื้นที่รองรับไมซ์ได้ถึง 1 แสน ตร.ม.เป็นเอ็กซิบิชั่น 89,000 ตร.ม. มีอีเวนต์พลาซ่ารับคนได้ถึง 10,000 คน บนหลังคาอาคารก็มีสกายพาร์ค 1 เฮกตาร์
ทุกฝ่ายกำลังมองอยู่ว่าจะผนวกพื้นที่และ สิ่งอำนวยความสะดวกของ มารีน่า เบย์ กับ ซันเทค สิงคโปร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเว็นชั่น และเอ็กซิบิชั่น เข้าด้วยกันทำให้มีพื้นที่ใหญ่สุดถึง 2 แสน ตร.ม. มีห้องพักโรงแรมมากถึง 10,000 ห้อง และสามารถขับเคลื่อนอีเวนต์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ร้านค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ไปสู่เป้าหมายความสำเร็จร่วมกันทั้งเกาะ
เมกะโปรเจ็กต์ 2 การสร้างรีสอร์ต เวิรลด์ เกาะเซ็นโตซ่า จะแล้วเสร็จปี 2553 พัฒนาพื้นที่เพื่อเปิด ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สวนสนุกขนาดใหญ่สุดของเอเชีย จากนั้นก็ผนึก นโยบายและความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ การตลาด การขาย การพัฒนากิจกรรม รีสอร์ต เวิรลด์ เซ็นโตซ่า กับ มารีน่า เบย์ แซนด์ส
ทั้ง 2 เมกะโปรเจ็กต์เป็นหัวใจหลักที่การท่องเที่ยวสิงคโปร์ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษในการที่จะเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ แนะนำให้ทั่วโลกรับรู้ เพราะนั่นหมายถึงการผ่องถ่ายแลนด์สเคปการเดินทางเชิงธุรกิจกับไมซ์ แนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน จากสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และความหลากหลายครบวงจร หาได้แห่งเดียวในสิงคโปร์
- เป้าหมายการเป็นเมดิคอลฮับเอเชียตอนนี้เป็นอย่างไร
รัฐและเอกชนผนึกทีมพัฒนาเป้าหมายนี้มาตั้งแต่ตุลาคม 2546 ที่จะเป็นผู้นำบริการสุขภาพ โดยมีคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจฯ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ สภาหอการค้านานาชาติสิงคโปร์ ต่างก็ร่วมมือกันเต็มที่ในการสร้างตลาด เพิ่มความเข้มแข็งด้านบริการให้แก่ลูกค้าชาวต่างชาติ ปี 2548 ได้ตลาดนักเดินทางเพื่อสุขภาพประมาณ 374,000 คน มูลค่าตลาด 836 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ตลาดหลักมี อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน ส่วนที่เพิ่มใหม่ๆ ก็มี เวียดนาม บังกลาเทศ และตะวันออกกลาง
- คนไทยเป็นตลาดเป้าหมายระดับใดของสิงคโปร์
เป็นตลาดหลักมีปีละประมาณ 3 แสนคน ส่วนแบ่งตลาดราว 40-50% ของทั้งหมด ถ้าเป็นนักเดินทางเชิงธุรกิจและไมซ์กำลังซื้อกลุ่มใหญ่คืออินเซ็นทีฟ ประมาณกรกฎาคมนี้ กรุ๊ปเฮอร์เบิลไลฟ์ขนาด 500 คน พัก 3 วัน จะไปสิงคโปร์ แต่การท่องเที่ยวสิงคโปร์ในไทยก็ยังเปิดเกมรุกมองหาตลาดการจัดประชุมระยะยาวต่อไป
ในฐานะที่สิงคโปร์เป็นเมืองศูนย์กลางสำนักงานธนาคาร สถาบันการเงิน ออโตโมบิล การเพิ่มตลาดประชุมและอินเซ็นทีฟ (MI) จากไทยจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก
มาวาร์ เควก ถอดรหัสแผนพัฒนาความเป็นผู้นำของสิงคโปร์ภายใน 10 ปี ปูพรมไว้เป็นอย่างเพื่อก้าวสู่ผู้นำเอเชีย
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
