สัมภาษณ์เมื่อดีกรีการแข่งขันชิงความเป็นเจ้าตลาดและผู้นำธุรกิจไมซ์ MICE : meeting-incentive-convention-exhibition พรรธระพี ชินะโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แบงค็อก เอ็กซ์ซิบิชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ในฐานะนายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) คนใหม่ หรือ TEA (Thailand Exhibition Association) และ พอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด 1 ในบอร์ด TEA
ทั้ง 2 คนประสานเสียงให้สัมภาษณ์ถึงเป้าหมายและเส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์อีก 5 ปีข้างหน้าจะปูพรม ไทย เป็น 1 ใน 3 ของเสือเอเชียในฐานะประเทศศูนย์กลางตลาดพรีเมียร์การเดินทางเชิงธุรกิจ (Premier hub of Asia)
- 5 ปีนี้ TEA วางแผนทำไมซ์ไปสู่จุดหมายใด
ขณะนี้เป็นที่รู้กันว่าเอเชียเป็นศูนย์กลางธุรกิจ 3 ฮับ ฮับแรก คืออินเดียตลาดขนาดมหาศาลกว่า 1,000 ล้านคน ฮับสองสาธารณรัฐประชาชนจีน มี 2 เมือง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ขนาดตลาดรวมกว่า 1,400 ล้านคน ฮับสาม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังช่วงชิงกันเป็นเจ้าตลาดหรือผู้นำระหว่าง 3 ประเทศ มี ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง ภูมิภาคนี้ตลาดประมาณ 500 ล้านคน
สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) วางเป้าให้ไทยเป็น พรีเมียร์ ฮับ เอเชีย เนื่องจากปัจจุบันประเทศมีขีดความสามารถครบ 4 ด้าน คือ 1) ระบบโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึงแหล่งสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ระบบโครงข่ายเชื่อมโยงการขนส่งทางบก น้ำ อากาศ 2) ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการระดับเวิรลด์คลาส ขนาดเทียบเท่าเซี่ยงไฮ้ 2.5 แสน ตร.ม. 3) เป็นประเทศปลายทางการท่องเที่ยวแบบเวิรลด์คลาส ที่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั่วโลกโหวตอยากมาเที่ยวทุกปี และ 4) เป็นศูนย์กลางธุรกิจกลุ่มประเทศอินโดจีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสิงคโปร์ และฮ่องกงที่ขาดเรื่องนี้ แต่ไทยทุกวันนี้มีบริษัททั่วโลกเข้ามาใช้เป็นฐานลงทุนตั้งสำนักงานในไทย แต่เดินทางไปค้าขายยัง พม่า ลาว กัมพูชา
สิ่งที่สมาคมตั้งเป้าจะพัฒนาส่วนแรกการสร้าง ไทยทีม ดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมเป็นทีมพัฒนายุทธศาสตร์ไปในทางเดียวกัน พร้อมทั้งแบ่งหน้าที่ให้ชัด รัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนเชิงนโยบายและความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมทั้งงบประมาณบางส่วนที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ทำอยู่ ส่วนภาคเอกชนมีหน้าที่สร้างสรรค์การพัฒนาขยายตลาดให้เป็นงานประชุม จัดนิทรรศการแสดงระดับอินเตอร์เนชั่นแนลมากกว่างานคอนซูเมอร์ระดับท้องถิ่น
- แล้วจะพัฒนาด้วยวิธีไหน
ทุกวันนี้เมืองไทยมีเอ็กซิบิชั่นฮอลล์ ที่มีลูกค้าใช้บริการเพียง 50% ของพื้นที่ทั้งหมด ในจำนวนนี้ก็ใช้เพื่อการจัดงานคอนซูเมอร์คนไทยกับคนไทยซื้อขายกันเอง 40% ส่วนงานการขายเชิงธุรกิจกับธุรกิจ (trade) ระหว่างประเทศมีเพียง 10% ผมและบอร์ด TEA จะปูพรมแผนปฏิบัติงานการตลาดเชิงรุกด้วยการเพิ่มสัดส่วนการจัดงานเทรดภายใน 5 ปีให้มีสัดส่วนเกินปีละ 40% เริ่มจากการขอเข้าไปแนะนำหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ที่มีการใช้งบประมาณจัดการแสดงสินค้าเป็นประจำทุกปี
- มีช่องทางโครงการนำร่องให้ทำหรือไม่
เมื่อ 23 พฤษภาคม 2550 TEA เพิ่งเซ็นสัญญา เซี่ยงไฮ้และประเทศไทย ความร่วมมือในอุตสาหกรรมการจัดนิทรรศการระหว่าง 2 ภูมิภาค ตามข้อตกลง 6 เรื่อง เพราะไหนๆ เซี่ยงไฮ้ก็เป็น 1 ใน 3 ฮับเอเชียอยู่แล้ว หลังจากนี้ต่างฝ่ายต่างต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันทุกด้าน ทั้งข้อมูล การสนับสนุนกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ การคัดสรรงานและร่วมสร้างมืออาชีพให้เกิดในอุตสาหกรรม เมื่อลงนามเสร็จก็ได้งานแรก การจัดแสดงสินค้าของขวัญ (Gift Fair 2007) มาจัดในไทยทันที 22-25 ธันวาคมนี้ มีผู้ขายสนใจเปิดบูท 130 บูท จากกลุ่มธุรกิจ 350 คน
ภายในช่วงครึ่งปีหลัง 2550 เตรียมเดินทางไปอินเดียและญี่ปุ่น เพื่อเจรจากับสมาคมตัวแทนภาคเอกชนของกลุ่มประเทศดังกล่าว เพื่อขอทำสัญญาความร่วมมือในลักษณะเดียวกับ เซี่ยงไฮ้ จะทำให้ไทยมีเครือข่ายการตลาด ข้อมูล และกิจกรรมงานแลกเปลี่ยนกับแต่ละฮับ
ส่วน สสปน.ตอนนี้มีส่วนช่วย TEA อย่างมาก โดยเฉพาะแคมเปญกระตุ้นที่เพิ่งจะออกมาใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 เป็นต้นมา กรณีประกาศให้รางวัลแก่บริษัทรับจัดงาน หากบริษัท ใดสามารถดึงงานอินเตอร์เนชั่นแนลที่มีผู้เข้าร่วมเกิน 5,000 คน/งาน จะได้เงินสนับสนุนฟรี 60,000 เหรียญสหรัฐ/ครั้ง ส่งผลให้ธุรกิจ ออร์แกไนเซอร์ตื่นตัวเร่งสร้างผลงานเพิ่มรายได้เข้าสู่อุตสาหกรรม
- มีความเห็นอย่างไรในการสร้างคอนเวนชั่นเชียงใหม่และภูเก็ต
คอนเวนชั่นก็เป็นอีกตลาดที่ไทยต้องเลือกเมืองท่องเที่ยวสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ขึ้นมารองรับ อย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต ควรต้องมีเพราะเป็นปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมในตลาดโลก ข้อจำกัดของคอนเวนชั่นคือประเทศที่ลงทุนจัดจะต้องเลือกสถานที่ที่มีบริการแบบครบวงจร
จากประสบการณ์ ผมประเมินว่าเชียงใหม่ควรสร้างในพื้นที่ 150 ไร่ มีคอนเวนชั่นขนาดไม่เกิน 25,000-30,000 ตร.ม. มีห้องประชุม 10 ห้อง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนภูเก็ตก็เช่นกันขนาดและโครงสร้างใกล้เคียงกับเชียงใหม่ เพราะความต้องการของลูกค้าเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าภายใน 5 ปีนี้ยังเริ่มไม่ได้ก็น่าจะสายเกินไปที่จะแข่งขันด้าน คอนเวนชั่นกับประเทศในเอเชียด้วยกัน
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
