เย็นทั่วหล้า...มหาสงกรานต์ มหกรรม การท่องเที่ยวไทยที่รัฐบาลยกระดับ ให้เป็น world event หรือกิจกรรม ท่องเที่ยวติดอันดับโลก เป็นแบรนด์ครองใจตลาดอินเตอร์กว่า 60 ประเทศ ช่วงภาวะเศรษฐกิจ ขาขึ้นตลอดเทศกาลกลุ่มธุรกิจ 12 สาขาเคยสร้างรายได้ทะลุค่อนหมื่นล้านบาท แตกต่างจาก สถานการณ์ขาลงปี 2550 ลดสถิติรายได้รวมกันทุกภาคเหลือประมาณ 2,500 ล้านบาทปีนี้เป็น สงกรานต์ศุกร์ 13 ตามประเพณีสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี
นักลงทุนโรงแรม รีสอร์ต หลายแห่งนำมา ทำโปรโชั่นจุดขาย สงกรานต์ศุกร์ 13 เมษายน ทั้งแพ็กเกจห้องพัก เมนูอาหาร โปรแกรมสุขภาพ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์เพื่อคลายร้อนตลอด 5 วัน ระหว่าง 12-17 เมษายนนี้
ผู้ประกอบการทุกสาขาพากันยอมรับว่า 3 ปัจจัยหลัก ปัจจัยที่ 1 ความสั่นคลอนทาง การเมืองเขย่าบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยทั้ง ขาเข้าของชาวต่างชาติลดลง และขาออกของ คนไทยไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น ปัจจัยที่ 2 ขาดความมั่นใจในกระแสความปลอดภัยจากเหตุการณ์ร้ายแรงที่ถูกปลุกขึ้นมาเป็นระยะในช่วงเทศกาล ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ปัจจัยที่ 3 กำลังซื้อ ระวังการใช้เงินและหันไปเน้นการอดออมท่องเที่ยวแบบพอเพียงมากขึ้น คงมีเพียงคนเดินทางกลับบ้านหรือกลุ่มเยี่ยมเยือนมีกว่า 60%
เป็นนักท่องเที่ยวคนไทยที่พักค้างตามโรงแรมและรีสอร์ตต่างจังหวัดเพียง 40% แต่สถานที่พักต่างๆ ยังได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศแถบใกล้บ้านจากมาเลเซีย สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน ที่เคยปักหลักอยู่ทางภาคใต้กระจายการเที่ยวออกไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกมากขึ้น
ตามปกติวงจรการประกอบธุรกิจทั้งประเทศ จะมีช่วงกอบโกยปีละเพียง 4 เทศกาลใหญ่เท่านั้น คือ ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ ลอยกระทง จากการวิเคราะห์ของนักธุรกิจท่องเที่ยวทุกสาขายืนยันกับ ประชาชาติธุรกิจ ตรงกันมาตลอดว่า ปีใหม่ กับ สงกรานต์ ของทุกปีจะเป็นเทศกาล ทำรายได้สูงสุด รองลงมาเป็นตรุษจีน และลำดับสุดท้ายเทศกาลลอยกระทง
ยกเว้นปี 2549 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัด มหกรรมพืชสวนโลก Royal Flora 2006 ที่ตำบลห้วยแม่เหียะ จ.เชียงใหม่ เป็นปีพิเศษอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโกยรายได้พิเศษเฉพาะ 92 วัน รวมกันทุกสาขาเกินกว่า 25,000 ล้านบาท ทำให้มีทุนเป็นน้ำเลี้ยงไว้หล่อลื่นธุรกิจที่เหลืออีก 3 ไตรมาส ตั้งแต่เมษายน-ธันวาคม 2550 เพราะกำลังซื้อทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ค่อนข้างแปรปรวน
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของ ประชาชาติธุรกิจ กับกลุ่มโรงแรม รีสอร์ต ทั่วประเทศ 5 ภาค ซึ่งเป็นดัชนีวัดรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวพบว่า โรงแรมและรีสอรต มากกว 75% ของทั้งหมดวางกลยุทธ์การขายมีให้เลือกทั้งการแยกขายเดี่ยววันต่อวัน และจัดทำเป็นแพ็กเกจตั้งแต่ 1 คืนขึ้นไป แต่จำนวนโรงแรมและสถานประกอบการจะทำกิจกรรมนี้มีจำนวนแห่งน้อยกว่าทุกปี โดยหายไปประมาณ 25-30% (ดูตาราง ราคาห้องพัก และโปรโมชั่น-แพ็กเกจ ประกอบ)
แบ่งการทำโปรโมชั่นและแพ็กเกจออกเป็น 5 หมวด ประกอบด้วย ห้องพัก ห้องอาหาร เครื่องดื่ม สุขภาพ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขปีใหม่ไทย ไฮไลต์ยังคงเป็น สงกรานต์ศุกร์ 13 โรงแรมระดับ 3-5 ดาวในกรุงเทพมหานครถือจังหวะนี้ออกแพ็กเกจ ห้องพัก มีราคาให้เลือกตั้งแต่คืนละ 2,500-8,000 บาท/ห้อง/คืน
ส่วนโรงแรมชายทะเลเซอร์ไพรส์ 3 พื้นที่ ภูเก็ต หัวหิน สมุย ยังมีบางโรงแรมใช้กลยุทธ์ ห้องพักลดราคาให้ดึงดูดใจต่ำลงกว่าปกติ 15-20% แทนที่จะขยับราคาขึ้นเหมือนโรงแรมทั่วไป
โปรโมชั่นอาหาร เมนูข้าวแช่ชาววังมาแรง รสชาติความแตกต่างเลือกชิมได้ในบรรยากาศหลากสไตล์ ในราคาตั้งแต่ 290-1,000 บาท/มื้อ/คน ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องต้องยกให้เมนูอาหารสูตรเฉพาะช่วงปีใหม่ไทย และ บุฟเฟต์ 4 ภาค มื้อกลางจดค่ำ
ที่ยังรักษาเอกลักษณ์สงกรานต์ต่อเนื่องมาถึง 41 ปี ต้องยกให้กิจกรรมโปรโมชั่นไทยขนานแท้ของ โรสการ์เด้น ริเวอร์ไซด์ สวนสามพราน จัดแพ็กเกจ สงกรานต์...วิถีไทยริมสายน้ำ 2 วัน 1 คืน 1,999 บาท/คน ระหว่าง 13 - 14 เมษายน 2550
โชว์เทศกาลร่วมสืบสานประเพณีขึ้นปีใหม่ไทยที่งดงาม และร่วมกิจกรรมดีๆ ที่คัดสรรมาเพื่อคุณและครอบครัว มีทั้งกิจกรรม ตื่นแต่เช้ามาทำบุญตักบาตร ปล่อยปลา สรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ ขบวนแห่สงกรานต์ ล่องเรือเอี้ยมจุ๊นไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง เพื่อเป็นสิริมงคล สนุกกับการก่อเจดีย์ทราย และเล่นสาดน้ำ
สงกรานต์ศุกร์ 13 ปี 2550 ท่ามกลางไอร้อนเศรษฐกิจการเมืองหากธุรกิจก็ยังต้องใช้ 5 โปรโมชั่นเป็นแรงขับเคลื่อนต่อไป
หน้า 29
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
