สัมภาษณ์ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน./Thailand Convention & Exhibition Burea- : TCEB) เปิดใจกับ ประชาชาติธุรกิจ ยืนยันขับเคลื่อนตลาดไมซ์ในประเทศ (domestic MICE) กระตุ้นกำลังซื้อสร้างวัคซีนคุ้มกันเศรษฐกิจปี 2551 และการันตีจะสร้างรายได้กระจายสู่สถานที่ท่องเที่ยวชุมชนทั่วประเทศ โครงการเปิดทองหลังพระ...ท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ จัดการหมุนเวียนจากต้นน้ำถึงปลายน้ำถึง 12 รอบ/ปี มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท
- จะใช้ไมซ์สร้างเงินกระจายทั่วประเทศทางใด
ภารกิจหลักของ สสปน.ในฐานะองค์กรมหาชนคุมการขยายตลาดและงานขายกำลังซื้อไมซ์ : MICE ประชุมสัมมนา (meeting : M ได้รางวัลท่องเที่ยวฟรี (incentive : I ) การประชุมขนาดใหญ่ (convention : C ) และจัดนิทรรศการแสดง (exhibition : E) ปี 2551 ทุกคนก็รู้ปัจจัยและผลกระทบไร้พรมแดนรอบประเทศ สหรัฐอเมริกาสภาพเศรษฐกิจภายในย่ำแย่ สาธารณรัฐประชาชนจีนอาจจะกระทบกันบ้าง ดังนั้นเมืองไทยต้องมีหรือสร้างภูมิคุ้มกันโดยพึ่งพารายได้และกำลังซื้อโดยช่วยกันเองภายในประเทศ
ผมจึงตั้งเป้าจะขับเคลื่อนรายได้จากการรณรงค์ภาครัฐและบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ (corporate) ใช้งบฯที่มีเกือบทั้งหมดตลอดปีหน้าทุ่มจัดประชุมและสัมมนาพนักงาน-ผู้บริหาร โดยเลือกใช้จังหวัดต่างๆ ในประเทศให้มากที่สุด
เพราะวันนี้ไทยมีของดีอยู่ในมือแม้แต่สหประชาชาติยังเตรียมเข้ามาศึกษาเรียนรู้โครงการพระราชดำริในหลวง สสปน.กับพันธมิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บมจ.การบินไทย และเพื่อนๆ ปลุกกระแสโครงการเปิดทองหลังพระ...ท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ ปีแรก 2550 ผลตอบรับเกินคาดหมาย คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมชม ไม่ถึง 1 ล้านคน ปรากฏว่าสถิติตอนนี้ทะลุ 1.8 ล้านคน สร้างเงินหมุนเวียนสู่ชุมชน 9,900 ล้านบาท
ผมคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์พบแล้วว่าถ้าปี 2551 สสปน.กับพันธมิตรจากอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวทั้งหมดร่วมมือกันทำให้โดเมสติกไมซ์ได้รับความนิยมดูดรายได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท จะสามารถทำให้การใช้จ่ายเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบมากถึง 12 เท่า คิดเป็นไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนล้านบาท การจับจ่ายในบ้านเมืองจะมีสภาพคล่องทางเศรษฐกิจที่ดี
- แผนเชิงรุกเจาะกำลังซื้อในประเทศกลุ่มใดบ้าง
ผมเล็งและไปคุยเสร็จได้ลูกค้าแน่ๆ กลุ่ม 1 บริษัทห้างร้านขนาดใหญ่หรือคอร์ปอเรตที่มีแผนพัฒนาคุณภาพพนักงานและฝ่ายบริหารเดินทางไปจัดประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ชุมทางใหญ่คือกระทรวงอุตสาหกรรมดูแลบริษัทลงทุนกว่า 2 แสนราย สสปน.ขอส่วนแบ่งตลาดสัก 10% พอแล้ว กลุ่มนี้ช่วงปี 2550 มี 50-100 บริษัทส่งพนักงานไปเรียนรู้โครงการพระราชดำริด้านการพัฒนาเรื่องน้ำ
กลุ่ม 2 ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งมีงบประมาณจัดทำโครงการสัมมนาแห่งละหลายสิบครั้งต่อปี หรือ แม้แต่การจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนกับลูกค้าในเครือข่ายปีละเป็นจำนวนมากเพื่อ ต่อยอดธุรกิจ กลุ่ม 3 องค์การบริหารและปกครองส่วนท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย อย่างองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ต้องได้รับการปรับความคิดให้หันมาศึกษาเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ในโครงการพระราชดำริที่ในหลวงของปวงชนไทยทรงคิดค้นขึ้นแล้วทั่วโลกยอมรับมีให้เลือกกว่า 3,000 โครงการ
ผู้นำท้องถิ่นเหล่านี้ สสปน.จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประสานแนวทางและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ว่าแต่ละพื้นที่มีปัญหาเรื่องใดก็เสนอให้เลือกแวะเข้าไปดูโครงการพระราชดำริต้นแบบแต่ละแห่งจะโดดเด่นต่างกัน ด้านดิน น้ำ ลม ธรรมชาติ เมื่อเรียนรู้เสร็จผู้นำเหล่านี้จะมีความรู้นำกลับไปพัฒนาชุมชนให้เจริญอย่างมีระบบและทิศทางโดยพึ่งพารัฐบาลกลางหรือต่างชาติน้อยที่สุด
สิ่งที่ผมวางตั้งใจให้ สสปน.เร่งพัฒนาโดยเร็วอีกเรื่องคือการพัฒนาบุคลากรโดยจัดทำหลักสูตรที่ใช้ได้จริงในภาคปฏิบัติ เพื่อสร้างมาตรฐานคนเข้าสู่ภาคบริการ แผนงานพุ่งเป้าไปยังการอบรมและพัฒนาคนให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันกับอินเตอร์ได้เท่าหรือเหนือกว่าชาติอื่น
- บอร์ดมีนโยบายจะสนับสนุนให้ทีมบริหาร สสปน.ทำงานสำเร็จด้วยวิธีใดบ้าง
เรื่องแรกต้องทำทุกทางที่จะให้รัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้าสร้าง ไทยทีมไมซ์ เป็นวาระแห่งชาติ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศตอนนี้อุตสาหกรรมการส่งออกแย่สุดๆ หัวใจหลักต้องพึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากอันดับ 1 ประเด็นร้อนและเร็วคือการเมืองเฉพาะหน้า ถ้ารากฐานดีทุกอย่างจะฉลุย สมมุติหากเกิดเรื่องบ้าๆ บอๆ ที่ไม่มีใครรู้ก็แย่อีกเหมือนกัน
ผมถึงต้องพูดซ้ำๆ ว่า ก่อนอื่นเราต้องพึ่งกำลังซื้อคนไทยด้วยกันจากการปลุกกระแสโดเมสติกไมซ์ ซึ่งสามารถตอบโจทย์หลายเรื่อง โดยเฉพาะการสร้างความสมานฉันท์ฉีดวัคซีนรายได้เข้าชุมชนดำเนินชีวิตพอเพียงอย่างมีความสุข วาระแห่งชาติไมซ์และท่องเที่ยว สสปน.ทำเพื่อให้รัฐบาลได้คำนึงถึงทางออกในการบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าซึ่งสามารถทำได้ทันที
- ตลาดต่างประเทศมีอะไรคืบหน้าอีกบ้าง
ผลจากการรวมตัวเป็นไทยทีมอย่างไม่เป็นทางการจัดประชุมร่วม 6 ครั้ง กับหน่วยงานกำกับดูแลกฎระเบียบ เช่น กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ ทุกฝ่ายโดดร่วมเต็มที่ โครงการแรกการจัดทำ MICE LAIN จัดทำระบบพิธีการเข้าเมืองครบวงจร ทางด้านการนำคนจากทั่วโลกที่มีชื่อเข้าร่วมงานไมซ์ในไทย ทำข้อตกลงกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย
จะทดลองทำกรุ๊ปแรกมกราคม 2551 เป็น ผู้เข้าร่วมคอนเวนชั่น 100 คน พอถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิสำนักงานตำรวจตรวจคน เข้าเมือง (ตม.) จะจัดเจ้าหน้าที่มาเคลียร์เอกสารเสร็จภายใน 20 วินาที/คน วิธีการ สสปน.จะประสานกับสถานทูตไทยทั่วโลกดำเนินการด้านวีซ่าและหนังสือเดินทางแก่ไมซ์ทุกกลุ่มที่จะมาเมืองไทย ส่งรายชื่อและข้อมูลล่วงหน้ามาตรวจความเรียบร้อยก่อน พอมาถึงก็ผ่านด่านขาเข้าทันที อีกทั้ง สสปน.เสนอจ้างเจ้าหน้าที่ ตม.มาคอยบริการตรวจหนังสือเดินทางแก่กลุ่มเหล่านี้กรณีที่งานครั้งนั้นๆ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ผมว่าถ้าทุกคนร่วมมือกันโดยเฉพาะรัฐบาล เพื่อยกระดับปี 2552 ให้ไทยขึ้นผู้นำตลาดประชุมนานาชาติอันดับ 1 ของอาเซียนได้
หน้า 29
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
