สัมภาษณ์บตำแหน่งวันแรก วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ ถึงทิศทางการกำกับนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหัวหอกขับเคลื่อนรายได้สู่เศรษฐกิจภาพรวมกระจายเม็ดเงินเข้าท้องถิ่นอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการแนวใหม่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะทำงานประสานใกล้ชิดกับทุกองค์กร ผนวกเข้าไว้ด้วยกันทั้ง 3 มิติ ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ
- วางนโยบายขับเคลื่อนท่องเที่ยวดึงเงินสู่เศรษฐกิจอย่างไรบ้าง
กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะแสดงบทบาทชัดเจนเป็นศูนย์กลางผลักดันเชิงบูรณาการคู่ขนาน 2 ทาง เพิ่มมูลค่ากับเพิ่มคุณค่า ช่วยกลุ่มแรก ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ระดับชุมชนและประเทศ ควบคู่กับการหาสถาบันการเงินโดยเห็นด้วยที่จะนำระบบ soft loan ปล่อยกู้แก่เอสเอ็มอีท่องเที่ยวดาวรุ่งที่มีความพร้อมและศักยภาพจะขยายฐานลูกค้ากับรายได้เพิ่ม สามารถนำเม็ดเงินมาหมุนเวียนเศรษฐกิจ ทั้งประเทศจากรากหญ้าถึงรากแก้วได้
วิธีช่วยเหลือจะนำกรอบนโยบายที่รัฐวางไว้กระจายให้สำนักงานนำไปสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ประกอบธุรกิจตามชุมชนและเอกชนระดับประเทศ สร้างความมั่นใจให้เห็นว่ารัฐกับเอกชนจะเดินแนวทางเดียวกัน งานแรกเตรียมมอบหมายให้สำนักพัฒนาการท่องเที่ยวทั่วประเทศจัดทำบัญชีสถานที่ท่องเที่ยว แบ่งเป็นจังหวัดขนาดใหญ่กำหนดเวลาทำให้เสร็จใน 2 สัปดาห์นี้ จังหวัดรองให้เวลาทำ 1 เดือน
จากนั้นจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างละเอียดตามหลัก SWOT analysis แยกจุดเด่น-จุดด้อย หรือจุดแข็ง-จุดอ่อน สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเข้าไปแก้ปัญหา โดยการประสานกับหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมมือกันช่วยเหลือแต่ละพื้นที่ให้ทันเวลา
- วิธีสร้างความมั่นใจด้านปล่อยเงินกู้ต้องมี ขั้นตอนอะไรบ้าง
กระทรวงต้องวางนโยบาย กำหนดเป้าหมาย และจัดทำแผนงานภาคปฏิบัติอย่างมีขั้นตอน ชัดเจนทุกส่วน จากนั้นจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อส่งสัญญาณ 2 ทาง คือ 1)สร้างความมั่นใจกับสถาบันการเงินที่พร้อมจะปล่อยกู้ให้เอกชนท่องเที่ยวนำไปพัฒนากิจการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพใหญ่ 2)ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวทุกสาขามีโอกาสขยายฐานอย่างมีอนาคต
ในอีกทางหนึ่งจะจัดทัพแผนการใช้ประโยชน์จากเมกะโปรเจ็กต์ซึ่งใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลแล้ว ควรจะผนวกนำเอาทุนทางวัฒนธรรมของประเทศมาใช้ประโยชน์สร้างจุดขายให้ทั่วโลกรู้จักไทยมากเป็นอันดับต้นๆ
จะพุ่งเป้าให้น้ำหนักกับการดึงบริการท่องเที่ยวสาขาหลักขึ้นมาเป็นไฮไลต์ของประเทศให้ติดอันดับโลก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (medical tourism) การท่องเที่ยวพำนักระยะยาว (longstay) ซึ่งแตกแขนงไปเพิ่มธุรกิจปลายน้ำได้อีกหลายสาขา อาทิ การพักโฮมสเตย์หรือฟาร์มสเตย์ หรือบางสาขาควรเปิดกว้างให้ผู้ที่มีความพร้อมเข้ามาร่วมทำ ตัวอย่าง โครงการลองสเตย์ หรือจะเป็นการคัดสรรแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์
- นโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยวกับการตลาดจะทำให้ไปด้วยกันอย่างไร
เมื่อวางฐานรากนโยบายมั่นคงแล้ว การผนึกตลาดเทรนด์ตามเป้าหมายใหม่ก็ทำได้ทันที แยกเป็น ตลาดต่างประเทศ มุ่งเน้นเชิงคุณภาพกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง มีวัฒนธรรมท่องเที่ยวที่ดี ลดจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณลง เห็นได้จากสถิติรายได้ปี 2550 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งไว้เกือบ 6 แสนล้านบาท แต่สามารถทำได้ถึง 8 แสนล้านบาท จากแรงหนุน 3 ด้าน คือ
1)เปิดตลาดเกิดใหม่ (emerging market) นักท่องเที่ยวมหาเศรษฐีเริ่มเข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้น เลือกระยะทางไม่ไกลแถบตะวันออกกลาง รัสเซีย อินเดีย 2)ต่างชาติเลือกหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในไทยเพราะหนีจากประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบจากซับไพรมสหรัฐอเมริกาและแถบตะวันตก 3)ไทยมีทุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นจุดแข็งระดับโลก ต้องความยอดนิยมให้ติดตลาดโลก
ตลาดในประเทศ ต้องคิดกลยุทธ์กระตุ้นการให้คนไทยอยากเที่ยวด้วยการนำกลไกส่งเสริม การตลาดแบบแยกนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม (seg ment) จากนั้นก็สร้างข้อมูลจูงใจ ทำคู่มือหรือมุมบริการแนะนำการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ ไปยังกลุ่มที่ตอบสนองได้ทันที ตัวอย่าง นักท่องเที่ยว สูงวัย การท่องเที่ยวกับเด็กเล็ก ท่องเที่ยวกับคนพิการ ท่องเที่ยวทางบุญ ท่องเที่ยวสำหรับวัยรุ่น
- จะดูแลการใช้งบฯท่องเที่ยวรูปแบบใดบ้าง
ควบคุมให้เป็นไปตามแผนงานที่เสนอไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาแผนกระตุ้นตลาดให้มีผลตอบแทนกลับมาเป็นรายได้และรักษาทรัพยากร สิ่งแวดล้อมยั่งยืนไว้มากที่สุด การกระตุ้นตลาดโดยการจัดอีเวนต์ก็เป็นงานสำคัญอีกอย่างที่จะต้องบริหารงบฯให้ดี โดยยึด 3 แนวทาง ทางที่ 1 กระจายการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพไปยังทุกภาคส่วนแทนการกระจุกให้รัฐบาลเป็นฮีโร่ทำเจ้าเดียว แนวทางที่ 2 การระดมเงินทุนและการบริหาร สิทธิประโยชน์ต้องสนับสนุนเอกชนที่เกี่ยวข้อง เปิดทางให้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด แนวทางที่ 3 ต้องสร้างสรรค์อีเวนต์ที่มีความยั่งยืน แต่ละชุมชนเจ้าของพื้นที่ท่องเที่ยวต้องได้ประโยชน์ต่อเนื่อง จากการจัดงานแต่ละครั้ง
- เตรียมรับมือกับกฎหมายท่องเที่ยวที่ออกมาใหม่หรือไม่
ผมพร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนและข้อบังคับทุกอย่าง เนื่องจากในกรอบการประสานงานกับภาครัฐและเอกชนต่างๆ ผมจะทำผ่าน 2 เวทีหลัก คือ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ที่ได้รับแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มีผลบังคับใช้เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2551 ในรายละเอียดกำหนดให้มีการประชุมปีละ 4 ครั้ง ระหว่างนั้นรัฐมนตรีท่องเที่ยวจะเป็นผู้นำในการพบปะกับภาคเอกชนตามรูปแบบ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความเข้าใจและวางแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดเป็นรูปธรรม มีวิธีปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน
นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ 30 มกราคม 2551 พ.ร.บ.ทุกฉบับรัฐมนตรีต้องศึกษาให้เข้าใจและดูแลการบังคับใช้อย่างถูกต้อง
- พร้อมสะสางคดีเก่าใน ททท.หรือยัง
คดีฮือฮาตรวจสอบการใช้งบประมาณจ้างบริษัทที่ปรึกษาชาวต่างชาติโครงการ ฟิล์ม เฟสติวัล กระทรวงจะทำหน้าที่สนับสนุนการสอบสวน แต่จะไม่เข้าไปแทรกแซง ไม่ขัดขวางกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ (บอร์ด) ททท.จะต้องพิจารณาก่อนถึงความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนตัวบุคคลมีความเหมาะสมขนาดไหน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลือกหยิบธุรกิจ เอสเอ็มอีและชุมชนเป็นฐานการพัฒนาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่มนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ รอดูต่อไปถึงบทบาทการทำงานอย่างใกล้ชิดทุกองค์กรจะโดดเด่นเพียงใด
หน้า 28
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
