- ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยอีกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาร้อยละ 0.25 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ที่ ร้อยละ 4.25 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารกลางกับธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐอยู่ที่ร้อยละ 4.75แถลงการณ์ที่ออกหลังการประชุมระบุว่า ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อ และมีแนวโน้มจะเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเฟดได้แสดงท่าทีที่จะปรับลด อัตราดอกเบี้ยอีก หากวิกฤติสินเชื่อที่เกิดขึ้นในตลาดที่อยู่อาศัยยังไม่ดีขึ้น
การประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นไปตามที่นักลงทุนในตลาดหุ้นวอลสตรีทบางคนคาดหวังไว้ แต่หลายคนแสดงความผิดหวังที่ธนาคารกลางไม่ได้ใช้มาตรการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจถดถอย ส่งผลให้หุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ดิ่งลงถึง 294 จุด ปิดที่ 13,432.77 หุ้นเอสแอนด์พี500 ร่วงลง 38.31 จุด ปิดที่ 1,477.65 และหุ้นเทคโนโลยีแนสแดคร่วงลง 66.60 จุด ปิดที่ 2,652.35
ส่วนราคาซื้อขายน้ำมันดิบในตลาดโลกเมื่อวานนี้ได้รับผลกระทบจากการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน เพราะนักค้าน้ำมันมองว่า การตัดสินใจของเฟด มีขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังเกิดปัญหาวิกฤติสินเชื่อในภาคการเคหะของสหรัฐ และจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบชนิดไลท์ที่จะส่งมอบกันในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 2.16 เหรียญสหรัฐอยู่ที่ 90.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบชนิดเบรนท์แถบทะเลเหนือสูงขึ้น 1.95 เหรียญสหรัฐอยู่ที่ 89.99 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นยังมีสาเหตุมาจากพายุน้ำแข็งที่เกิดขึ้นในตอนกลางของสหรัฐที่ทำให้ไฟดับ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน นอกจากนี้หมอกที่ลงจัดในแถบชายฝั่งของรัฐเท็กซัส ยังทำให้เรือบรรทุกน้ำมันกว่า 60 ลำไม่สามารถเทียบท่าด้วย.