บุชประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าเกือบ 1 แสน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ(19มค.) ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชของสหรัฐได้แถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยมูลค่า 145,000 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อวันศุกร์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP โดยรวมถึงมาตรการคืนภาษีรายได้บุคคลให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นการคืนแบบครั้งเดียวและแรงจูงใจทางภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนในภาคธุรกิจ รวมถึงธุรกิจ
ขนาดเล็กด้วย
ประธานาธิบดีบุชบอกอีกว่า มาตรการก้อนนี้จะต้องมากเพียงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจที่ใหญ่และเคลื่อนไหวอย่างสหรัฐ และจะเป็นมาตรการชั่วคราว แต่ส่งผลในทันทีเพื่อให้เศรษฐกิจของสหรัฐเติบโตต่อไปและมีการสร้างงาน และการให้ชาวอเมริกันเก็บเงินไว้มาก ก็จะทำให้มีการใช้จ่ายมากขึ้นด้วย แต่ผู้นำสหรัฐไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดจำนวนเงินภาษีที่ชาวอเมริกัน
จะได้รับคืน รวมถึงที่มาของเงินมาตรการก้อนนี้
บุชระบุว่า เขาเข้าใจถึงความหวาดกลัวของชาวอเมริกันต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย พร้อมย้ำว่าที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญภายนอกคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตต่อไปในช่วงหลายปีข้างหน้า แต่ในอัตราที่ช้ากว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการนี้ไม่น่าก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ที่มีมูลค่ารวมถึงปีละ 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ประธานาธิบดีบุชและสภาคองเกรสสหรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากวิตกว่า ปัญหาในตลาดเงินและภาวะตกต่ำของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ จะทำให้ประชาชนไม่ใช้จ่ายและภาคธุรกิจระงับการจ้างงาน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างสหรัฐเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2544 ขณะเดียวกัน ประเด็นเศรษฐกิจได้กลายมาเป็นประเด็นหาเสียงสำคัญของการรณงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แทนที่ประเด็นสงครามอิรัก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
