หากเอ่ยชื่อ นามิเบีย ประเทศชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา หลายคนอาจจะคุ้นหูจากการที่มีนางงามเลือดนามิเบียมาคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลที่เมืองไทย แต่ลึกลงไปแล้วแง่มุมความหลากหลายของประเทศนี้มีมากมายนับไม่ถ้วนจากการเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งออกได้อย่างเพชร อัญมณี และสินแร่ ไปจนถึงมรดกคู่ชาติอย่างสัตว์ป่าซาฟารี และธรรมชาติอันสวยงาม
รวมไปถึงทรัพยากรด้านพลังงานอย่างก๊าซธรรมชาติที่ยังไม่ได้รับการขุดเจาะด้วย
นามิเบีย เป็นประเทศขนาด 9 แสนตารางกิโลเมตร ทอดตัวอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา มีเมืองหลวงชื่อ วินด์ฮุก มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็น แองโกลา แซมเบีย บอตสวานา และ แอฟริกาใต้ มีประชากรราว 2 ล้านคน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับไทยที่มีประชากรถึง 63 ล้านคนในปริมาณพื้นที่ใกล้เคียงกัน และทำให้นามิเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรหนาแน่นน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ชื่อนามิเบียมาจากชื่อของ ทะเลทรายนามิบ ที่ทอดตัวยาวอยู่ริมชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ เป็นแนวปราการตามธรรมชาติเพื่อป้องกันการรุกรานของต่างชาติ แต่เมื่อถึงยุคล่าอาณานิคม นามิเบียก็หนีเงื้อมมือยุโรปไม่รอด ตกเป็นเมืองขึ้นของเยอรมนี ก่อนจะเป็นของฝรั่งเศส จนกระทั่งได้รับการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2533
นับจนถึงวันนี้ นามิเบียเพิ่งเป็นสาวรุ่นวัย 18 ปีเท่านั้น
แต่ถึงแม้จะเป็นประเทศอายุน้อยแห่งหนึ่งในโลก นามิเบียก็ได้เร่งสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านการเมืองการปกครองที่มีเสถียรภาพ เต็มไปด้วยสันติสุข รวมถึงความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และระบบการค้าการลงทุน ทำให้นามิเบียเป็นประเทศที่ชาวไทยทุกคนไม่ควรมองข้าม
โดยเฉพาะผู้ที่แสวงหาโอกาสการทำธุรกิจในระดับโลก
ทุกวันนี้ รัฐบาลนามิเบียกำลังเดินหน้าเต็มตัวเพื่อเร่งสร้างประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางนักลงทุน และหนึ่งในประเทศที่นาบิเบียตัดสินใจสานสัมพันธ์ด้วยคือ ประเทศไทย โดย นายเนวิลล์ เมลวิน แกร์ตเซ เอกอัครราชทูตนามิเบียประจำประเทศไทยซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ในมาเลเซียเพิ่งจัดงานเปิดตัวประเทศนามิเบียให้ชาวไทย นักลงทุน นักเรียน และนักท่องเที่ยวได้รู้จักประเทศในดินแดนกาฬทวีปแห่งนี้ และสานสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนและไมตรีต่อกันให้มากขึ้น
อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
นามิเบียมีทรัพย์ในดินอย่างเพชร และแร่ยูเรเนียมคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพชรของนามิเบียนั้นถือว่าน้ำงามที่สุดในแอฟริกา ส่วนสินแร่อื่นๆ ก็มีทั้งทองแดง ตะกั่ว สังกะสี ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายเช่นเดียวกับสินในน้ำอย่างการประมง โดยนามิเบียถือเป็นประเทศจับปลามากติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และธุรกิจด้านการทำเหมือง และประมงถือเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจของประเทศ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมด้านการเกษตร และการท่องเที่ยว
ส่วนด้านการเกษตรนั้น นามิเบียยังมีการเพาะปลูกข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วหลากชนิด รวมทั้งฝ้าย นอกเหนือไปจากการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งนามิเบียนั้นถือว่าเป็นประเทศที่ส่งออกเนื้อสัตว์มาก โดยมีการส่งออกเนื้อสัตว์ถึงร้อยละ 80 ที่ผลิตได้ในประเทศไปยังตลาดต่างๆ ในยุโรป และแอฟริกา ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหลากหลายชนิดทั้งเนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อแพะ ซึ่งจากการทำปศุสัตว์จำนวนมากนี้เอง ทำให้นามิเบียสามารถสร้างธุรกิจการทำหนังขึ้นมาได้อีกต่อหนึ่งด้วย
สวรรค์ของการลงทุน
เอกอัครราชทูตแกร์ตเซเผยว่า นามิเบียมีความพร้อมหลายด้าน ตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภค กฎหมายการค้าการลงทุนที่เอื้อประโยชน์ต่อนักธุรกิจซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย แอฟริกาใต้ เยอรมนี อังกฤษ และสหรัฐ และตอนนี้นามิเบียอยากสานสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนกับไทยโดยตรง
ท่านทูตเผยว่า การลงทุนในนามิเบียนั้นเป็นโอกาสสำคัญของนักธุรกิจทุกคน โดยกฎระเบียบต่างๆ นั้นต่างเอื้อเฟื้อและน่าดึงดูดใจให้นักลงทุนเข้าไปคว้าโอกาสงามทั้งสิ้น โดยเฉพาะการที่นามิเบียเป็นประเทศ ปลอดภาษี มีการงดเว้นการเก็บภาษีในหลายรูปแบบ ทั้งภาษีนำเข้า และภาษีส่งออก โดยอุตสาหกรรมทุกชนิดที่เข้าไปลงทุนในนามิเบียจะได้รับการงดเว้นการเก็บภาษีองค์กร ภาษีนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักร และเปิดโอกาสให้ฝากเงินกับธนาคารได้ทุกสกุลเงิน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสกุลเงินของนามิเบีย และอนุญาตให้นำออกจากประเทศได้ทั้งหมด
นามิเบียเป็นสมาชิก กลุ่มประเทศเพื่อการพัฒนาแอฟริกาใต้ (SADC) ซึ่งมีสมาชิก 14 ประเทศเชื่อมโยงไปถึงประชากรอีก 300 ล้านคน และเติมเต็มด้วยการเป็นสมาชิก กลุ่มตลาดร่วมเพื่อแอฟริกาตะวันออกและใต้ (COMESA) ซึ่งมีสมาชิกมากถึง 20 ประเทศ ประชากรรวมกันถึง 400 ล้านคน มีการลดภาษีสินค้าในกลุ่มประเทศสมาชิก
ซึ่งหมายความว่า สินค้าและบริการทุกอย่างที่อยู่ในนามิเบียสามารถส่งออกไปประเทศต่างๆ เหล่านี้ รวมทั้งตลาดใหญ่อย่างสหรัฐ และยุโรปได้โดยไม่ต้องเสียภาษี
ส่วนความพร้อมด้านการขนส่งสินค้านั้น นามิเบียมีพร้อมทั้งทางอากาศ ทางรถยนต์ และทางเรือ โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึก เวลวิส เบย์ ซึ่งที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจัดอันดับให้เป็นท่าเรือน้ำลึกดีที่สุดในแอฟริกา
ขณะที่ทรัพยากรด้านพลังงานนั้น นามิเบียก็อุดมไปด้วยก๊าซธรรมชาติในทะเลที่ยังไม่มีการขุดเจาะ และรัฐบาลกำลังจะเปิดประมูลสัมปทานให้บริษัทต่างชาติเข้าไปขุดเจาะเป็นแหล่งพลังงานได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งบริษัทพลังงานของไทยก็มีสิทธิด้วยเช่นกัน
ส่วนสินค้าของไทยนั้น นามิเบียสนใจหลายชนิด โดยเฉพาะ ข้าว น้ำมันปรุงอาหาร และอาหารสำเร็จรูป เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่ของประเทศนั้นมักจะส่งออก และมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ หากไทยซึ่งอยากจะได้ชื่อว่าเป็นครัวโลกแล้ว การลงทุนด้านอาหารนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยท่านทูตยังกระซิบด้วยว่า ขณะนี้ชาวนามิเบียกำลังคลั่งไคล้สินค้าไอที เทคโนโลยีต่างๆ อย่างมาก โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่คนรุ่นใหม่กำลังเห่อหามาใช้กันเกร่อ ขณะที่อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องหนังก็เป็นธุรกิจที่นามิเบียอ้าแขนรับ เพราะด้วยความที่นามิเบียมีทั้งฝ้าย และหนังเป็นวัตถุดิบอยู่แล้ว
แหล่งเที่ยวตระการตา
เป็นที่ทราบกันดีว่าทวีปแอฟริกานั้นมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่สวยงาม โดยเฉพาะป่าซาฟารีซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าน่าทึ่งมากมาย ทั้งยีราฟ สิงโต ช้างป่าแอฟริกา ม้าลาย เสือชีตาห์ และสัตว์สวยงามอื่นๆ อีกมากมาย ถือเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการชื่นชมธรรมชาติ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวของนามิเบียเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การลงทุนด้านธุรกิจโรงแรมและการบริการก็เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวที่นับวันจะมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การท่องเที่ยวของนามิเบียนอกจากซาฟารีแล้ว ยังมีการท่องเที่ยวทะเลทราย ชมภูมิทัศน์อันสวยงามของทะเลทรายนามิบซึ่งถือเป็นทะเลทรายที่มีเนินสูงที่สุดในโลก รวมไปถึงการตกปลาล่าสัตว์ กีฬาผจญภัยทุกชนิด ไปจนถึงการชมชีวิตชนเผ่าต่างๆ ในประเทศ ซึ่งมีความงดงามหลากหลายไม่แพ้ที่ใดในกาฬทวีป
ซึ่งหากใครสนใจ ก็ถือโอกาสเที่ยวพร้อมหาลู่ทางลงทุนไปด้วย ระวังจะรวยไม่รู้ตัวนะจะบอกให้
มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
