จีนยอดตายทะลุ5หมื่นศพแล้ว ทางการหวั่นเขื่อน-อ่างเก็บน้ำกว่า 400 แห่งในเสฉวนแตก สั่งเตรียมแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แล้ว ผวาโรคระบาดหลังพบศพกระจายเกลื่อนบนเขาในเมืองฮันหวาง พร้อมสั่งตรวจสอบโครงสร้างอาคารโรงเรียนหลายแห่ง สงสัยพังง่ายเกินไป ด้านพม่าขู่เล่นงานพวกกักตุน หรือนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปขาย ยอดตายพุ่ง 43,318 คนแล้วยังมีผู้รอดชีวิต
เหตุการณ์
แผ่นดินไหว
ในประเทศจีน และเหตุการณ์
พายุโซโคลนนาร์กีส
พัดถล่ม
ประเทศพม่า
นับเป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองทั้งสองประเทศอย่างประเมินค่ามิได้ วันนี้แม้เจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ และหน่วยงานด้านความช่วยเหลือจากนานาชาติจะเร่งระดมกู้ชีวิตของผู้ประสบภัยที่ประสบเคราะห์กรรมดังกล่าวอย่างไม่ย้อท้อ แต่ดูเหมือนว่าตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตของ
ประชาชนชาวจีนและ
ชาวพม่ากลับสูงขึ้นทุกขณะ
ยอดตายพุ่ง 5 หมื่นศพแล้ว
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์
แผ่นดินไหว
7.9 ริกเตอร์ที่มณฑลเสฉวน
ประเทศจีน
ว่า ทางการจีนได้ปรับยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก โดยกองบัญชาการบรรเทาภัยพิบัติและ
แผ่นดินไหว
แห่งชาติคาดการณ์ว่าน่าจะสูงถึง 5 หมื่นคน ขณะที่ประธานาธิบดีหู จินเถา ลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อตรวจตราการให้ความช่วยเหลือ และตรวจเยี่ยมผู้รอดชีวิตด้วยตนเอง หลังจากที่ปล่อยให้นายกรัฐมนตรีเหวิน เจี่ยเป้า บัญชาการมาตลอดตั้งแต่วันที่เกิดแผ่นดินไหว โดยประธานาธิบดีหู จินเถา กล่าวว่า การกู้ภัยอยู่ในช่วงที่สำคัญที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องทุ่มเทความพยายามทั้งหมด ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเอาชนะความยากลำบากทั้งหมด เพื่อความสำเร็จในการบรรเทาทุกข์
ด้านความคืบหน้าในการค้นหาผู้รอดชีวิตนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจีนสามารถเดินทางเข้าถึง
พื้นที่ประสบภัย
ร้ายแรงที่สุด 58 พื้นที่ได้หมดแล้ว ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังต่อไปแม้ความหวังริบหรี่ลงก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลจีนได้ออกมาขอร้องประชาชนให้ช่วยกันบริจาคอุปกรณ์กู้ภัย รวมทั้งเครน 100 ตัว อุปกรณ์ยกของหนัก พลั่ว และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางการไม่ค่อยทำบ่อยนัก ทางด้านกระทรวงกลาโหมแถลงว่าได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เพิ่มอีก 101 ลำไปช่วยชุมชนในเทือกเขาห่างไกลที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
พบนร.จีนติดใต้ซากตึก80ชม.รอด
สำนักข่าวซินหัวของ
ทางการจีน
รายงานว่า หน่วยกู้ภัยสามารถดึงร่างของเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่ติดอยู่ใต้กองซากปรักหักพัง ของโรงเรียนนานถึง 80 ชั่วโมง หลังจากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.9 ริกเตอร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาออกมาได้ในวันนี้ โดยหน่วยกู้ภัยพบเด็กนักเรียนดังกล่าวขณะค้นหาตามซากโรงเรียนในเมืองเป่ย์ฉวน พื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว และคาดว่าจะพบปาฏิหาริย์อีก แต่รายงานไม่ได้เปิดเผยเพศหรืออายุของเด็กนักเรียนดังกล่าว ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดีหน่วยกู้ภัยก็สามารถช่วยชีวิตเด็กนักเรียนหญิงวัย 11 ปีไว้ได้ โดยดึงตัวออกมาจากซากอาคารในเมืองอิงซิ่วที่ได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน
เตรียมอพยพคนหวั่นเขื่อนพัง
ส่วนเรื่องที่มีการรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าเกิดรอยร้าวตามเขื่อนและอ่างเก็บน้ำกว่า 400 แห่งในมณฑลเสฉวนนั้น ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรน้ำและที่ดินได้สั่งการให้รัฐบาลท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยเตรียมแผนอพยพประชาชน เพราะวิตกว่าเขื่อนที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวจะแตกหากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมกับจัดสรรงบ 53 ล้านหยวน (ประมาณ 200 ล้านบาท) เพื่อประเมินและซ่อมแซมเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ได้รับความเสียหายแล้ว โดยกระทรวงทรัพยากรน้ำฯ แถลงว่าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์เขื่อนแตกมากที่สุดคือเมืองเหวินชวน และเมืองเป่ยชวน ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว
เร่งฝังศพหวั่นโรคระบาดตามมา
ทั้งนี้ในส่วนของการฝังศพผู้เสียชีวิตก็ต้องรีบทำอย่างเร่งด่วนเช่นกัน ก่อนจะกลายเป็นแหล่งแพร่โรคระบาดตามมา โดยมีรายงานว่าศพกระจายเกลื่อนบนเขาในเมืองฮันหวาง แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำลงมาได้เพราะอันตรายมาก ทำให้ทหารต้องขุดหลุมฝังศพบนนั้น ส่วนในเมืองตู้เจียงเหยี่ยน หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก ทหารทยอยขนศพไปจัดการเผาแล้วเช่นกัน
ทางด้านนายเกา เซี่ยง รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขของจีน แถลงยืนยันว่ายังไม่มีการระบาดโรคติดต่อในพื้นที่ประสบภัย แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแสดงความวิตกว่าจะเกิดโรคระบาดหากศพยังไม่ได้รับการฝังโดยด่วน และแจ้งว่าต้องการถุงบรรจุศพโดยด่วน โดยขณะนี้ศพที่กระจายเกลื่อนเริ่มสิ่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว และสภาพอากาศที่ร้อนจะยิ่งทำให้ศพเน่าเร็วขึ้นเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค
สั่งสอบสาเหตุโรงเรียนถล่ม
วันเดียวกันสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการเคหะและพัฒนาพื้นที่ในเมืองและชนบทสั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้อาคารเรียนหลายแห่งพังถล่มลงมาอย่างง่ายดายในช่วงแผ่นดินไหว และเตือนว่าหากพบว่าผู้ใดก็ตามที่รับผิดชอบต่อการก่อสร้างโดยไม่ได้มาตรฐานจะถูกลงโทษ หลังจากที่มีโรงเรียนเกือบ 7,000 แห่งในมณฑลเสฉวนต้องพังทลายลงในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงบ่ายที่นักเรียนกำลังอยู่ในห้องเรียน หรือนอนหลับในช่วงบ่าย จึงทำให้มีเด็กเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งนับว่าเป็นความสูญเสียที่เจ็บปวดอย่างยิ่งเนื่องจากจีนใช้นโยบายลูกคนเดียว
นักท่องเที่ยวเล่านาทีเฉียดตาย
ขณะที่นายลิซ คัลเลน นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่กำลังเที่ยวชมแหล่งอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ว่อหลงในมณฑลเสฉวนขณะเกิดแผ่นดินไหวได้ให้สัมภาษณ์บรรษัทกระจายเสียงของอังกฤษ (บีบีซี) ถึงนาทีเฉียดตายว่า ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในชีวิต หลังจากนั้นก็มีเสียงดังจากใต้พื้นดินตามมาไม่หยุด ต้นไม้หักโค่น ก้อนหินมากมายพังถล่มลงมาจากภูเขาที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงเธอจึงไปหาที่กำบัง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปราว 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงพานักท่องเที่ยวกลับโรงแรม หลังจากนั้นก็มีเฮลิคอปเตอร์พานักท่องเที่ยวกลับในเช้าวันพฤหัสบดี ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีกคนซึ่งเป็นหนึ่งใน 19 คนที่ติดอยู่ ได้กล่าวชมเชยชาวจีนว่าถึงแม้จะสูญเสียบ้านช่องและสมาชิกในครอบครัว แต่กลับดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี
แผ่นดินไหวแรงสุดตั้งแต่ตั้งประเทศ
สถาพความเสียหาย
นอกจากนี้ซินหัวยังรายงานด้วยว่า นายกรัฐมนตรีเหวิน เจี่ยเป้า ได้แถลงที่เมืองเฉิงตูว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงและสร้างความเสียหายให้ประเทศมากที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้งประเทศปี 2492 ร้ายแรงกว่าแผ่นดินไหวที่เมืองถังซานเมื่อปี 2519 เสียอีก โดยนายเหวินยังกล่าวย้ำว่าการช่วยชีวิตประชาชนเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรก และหวังว่าจะมีผู้รอดชีวิตอยู่ใต้ซากแผ่นดินไหว พร้อมกันนี้ยังขอให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังเรื่องโรคระบาด รวมทั้งจัดสรรอาหาร ยารักษาโรค และเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยด้วย
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เหยา หมิง ยอดนักบาสเกตบอลขวัญใจชาวจีน ได้แสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวที่บ้านเกิด ซึ่งตัว เหยา หมิง และเพื่อนร่วมทีมฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ได้ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นมูลค่า 2 ล้านหยวน (กว่า 9 ล้านบาท) ให้เหยื่อแผ่นดินไหว ทั้วยังได้วิงวอนไปยังทั่วโลกให้บริจาคเพิ่มเติมอีกด้วย โดยเหยา หมิงซึ่งอยู่ระหว่างพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บในรัฐเทกซัส กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยถ้อยคำบรรยายภาพความเสียหายในเสฉวน เขาเศร้าใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินข่าวความสูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมาก เขาขอมีส่วนร่วมกับทุกคนที่บ้านเกิดในช่วงเวลาอันมืดมนและสะเทือนใจครั้งนี้
กระทรวงต่างประเทศจีนแถลงว่ายอมให้ทีมกู้ภัยจากรัสเซีย เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เข้าไปให้ความช่วยเหลือในการค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังเพิ่มเติม หลังจากทีมกู้ภัยของญี่ปุ่นซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และแพทย์ได้รับอนุญาตเข้าไปในจีนเป็นชาติแรก โดยเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 61 คนเดินทางถึงเมืองเฉิงตูในมณฑลเสฉวน แล้วช่วงเช้ามืดวันศุกร์ ขณะที่ทีมจากสิงคโปร์และเกาหลีใต้ก็จะถึงจีนภายในวันเดียวกัน นอกจากนี้ จีนยังได้ขอดูภาพถ่ายดาวเทียมของสหรัฐเพื่อช่วยระบุตำแหน่งเหยื่อเคราะห์ร้าย และสิ่งปลูกสร้างที่เสียหายอีกด้วย
เชื่อมาสกอตเกี่ยวข้องกับหายนะ
ทางด้านหนังสือพิมพ์เซาท์ ไชนา มอร์นิ่ง โพสต์รายงานว่า บรรดาบล็อกเกอร์ที่เชื่อถือเรื่องโชคลางในฮ่องกงได้นำเอาเหตุแผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนไปโยงกับตัวมาสกอตกีฬาโอลิมปิก 5 ตัวที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยมองว่าตัวมาสกอต 4 ตัวจากทั้งหมด 5 ตัว เกี่ยวข้องกับคำทำนายเรื่องหายนะครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับจีน ส่วนตัวที่ 5 ได้รับคำทำนายว่าเป็นตัวแทนของหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นที่แม่น้ำแยงซี
ทั้งนี้ ตัวมาสกอตที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกีฬาโอลิมปิกที่จีนเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ได้แก่ จิงจิง ฮ่วนฮ่วน อิ๋งอิ๋ง นีนี่ และเป้ยเป้ย โดย "จิงจิง" เป็นตัวแพนด้าซึ่งเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับมณฑลเสฉวนที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ ส่วน "ฮ่วนฮ่วน" เป็นตัวการ์ตูนที่ผมลุกเป็นไฟ ได้ถูกโยงเข้ากับคบเพลิงโอลิมปิกที่เผชิญการประท้วงต่อต้านอย่างรุนแรงในระหว่างเดินทางไปทั่วโลก ส่วน "อิ๋งอิ๋ง" เป็นสัตว์จำพวกมีเขาเป็นเกลียวที่มีขอบเขตหากินอยู่บริเวณพรมแดนทิเบต จุดที่เกิดการจลาจล และเป็นสาเหตุให้นานาชาติพากันประท้วงจีน ส่วน "นีนี่" หมายถึง ว่าว ที่ถูกมองว่าหมายถึงเมืองเหว่ยฟางที่มีสมญาว่านครแห่งว่าว ในมณฑลชานตุง ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถไฟเมื่อเดือนที่แล้ว เหลือเพียง "เป้ยเป้ย" ที่หมายถึงปลาขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่เป็นลางบอกเหตุว่าอาจจะเกิดหายนะขึ้นที่แม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่พบปลาชนิดนี้
ลั่นเอาผิดคนเอาของบริจาคไปขาย
ประชาชนเริ่มอดยาก
ด้านความคืบหน้าในการช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยชาวพม่า
จากเหตุการณ์
พายุโซโคลนนาร์กีส
พัดถล่มนั้น วันเดียวกันมีรายงานว่า หลังจากที่เว็บไซต์ข่าวมิซซิมา นิวส์รายงานข่าวมีผู้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ของกาชาดสากลไปวางขายในตลาดในย่างกุ้ง รัฐบาลพม่าได้ประกาศทางวิทยุของรัฐบาลทันทีว่าจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ใดก็ตามที่กักตุน ซื้อขาย หรือนำสิ่งของบรรเทาทุกข์จากต่างชาติ หรือสิ่งของ และเงินสดที่ประชาชนบริจาคมาไปใช้ในทางที่ผิด พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้จัดการกับสิ่งของบริจาคอย่างไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลได้รับสิ่งของบริจาคอย่างเป็นระบบ แล้วนำไปแจกจ่ายให้เหยื่อพายุโดยตรงทันที
ทั้งนี้ สิ่งของช่วยเหลือต่างๆ ที่นานาประเทศส่งไปช่วยชาวพม่า ทั้งน้ำดื่ม ผ้าห่ม มุ้ง เวชภัณฑ์ และเต็นท์จำนวนหลายพันตันถูกส่งไปยังพม่าแล้ว แต่สิ่งของไปถึงมือของผู้ประสบภัยเชื่องช้ามาก อันเป็นผลจากการที่เส้นทางคมนาคมไม่สะดวก และความยุ่งยากของรัฐบาลพม่าเอง ขณะที่กลุ่มสอดส่องสิทธิมนุษยชน "ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์" แถลงว่าสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ประเทศต่างๆ ที่ส่งมายังพม่าไม่ควรถูกเก็บไว้ที่สนามบินนครย่างกุ้ง เพราะไม่มีหลักประกันว่าสิ่งของเหล่านั้นจะส่งถึงมือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างครบถ้วนหรือไม่
"ยูเอ็น"ลั่นตรวจสอบถึงที่สุด
นอกจากนี้ ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่ส่งสิ่งของไปช่วยเหลือควรยืนกรานว่าจะเข้าไปตรวจสอบ เพื่อรับประกันว่าสิ่งของบรรเทาทุกข์จะถึงมือผู้ประสบภัยที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และเพื่อป้องกันรัฐบาลทหารยึดของเอาไว้เอง ก่อนจะยืนยันรายงานข่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลพม่ายึดขนมปังกรอบชนิดโปรตีนสูงเอาไว้จริง แล้วนำเอาของคุณภาพต่ำที่ผลิตขึ้นเองในประเทศออกแจกจ่ายให้ประชาชนแทน
ด้านเอลิซาเบธ ไบร์ส โฆษกสำนักงานประสานงานกิจการด้านมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า ยูเอ็นกำลังจับตามองในประเด็นนี้ โดยเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์บางคนได้เดินสำรวจตลาดใหญ่ๆ หลายแห่งในนครย่างกุ้ง เพื่อตรวจสอบ หรือสอบถามประชาชน แต่ไม่พบหลักฐานว่ามีการขายหรือกักตุนสิ่งของบรรเทาทุกข์แต่อย่างใด
ยอดตายพุ่ง 43,318 คนแล้ว
โครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) ขององค์การสหประชาชาติ แถลงว่า สิ่งของบรรเทาทุกข์ที่นานาประเทศส่งไปยังพม่านั้น ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประสบภัยที่มีมากถึง 2.5 ล้านคน โดยดับเบิลยูเอฟพีตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องส่งอาหารเข้าไปยังพม่าวันละ 390 ตัน เพื่อให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือเหยื่อ 7.5 แสนคน ให้ได้ภายในเดือนหน้า แต่ปัจจุบันมีอาหารส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุวันละไม่ถึง 300 ตันเท่านั้น
ทั้งนี้
รัฐบาลพม่า
ยอมรับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ แต่ไม่ยอมให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้าประเทศไปควบคุมการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ หรือปฏิบัติกู้ภัยในประเทศ จนถึงขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้าไปเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงว่า จะส่งนายจอห์น โฮล์มส์ ผู้อำนวยการด้านมนุษยชน ไปโน้มน้าวรัฐบาลพม่าให้เปิดรับเจ้าหน้าที่ต่างชาติให้มากขึ้น ล่าสุดนายโฮล์มส์ยื่นขอวีซ่าเข้าพม่าเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติแต่อย่างใด
นอกจากนี้องค์การสหประชาชาติยังเปิดเผยด้วยว่า รัฐบาลพม่าอนุมัติวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นแล้ว 40 คน และเจ้าหน้าที่เอ็นจีโอจากองค์กรอื่นๆ อีก 46 คน แต่เจ้าหน้าที่เหล่านี้กลับถูกจำกัดบริเวณให้อยู่แต่ในพื้นที่ย่างกุ้งเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถออกไปให้ความช่วยเหลือยังลุ่มแม่น้ำอิระวดีที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดได้ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดขณะนี้ทางการแจ้งว่าอยู่ที่ 43,318 คน สูญหายอีก 27,838 คน
ทูตจีนทราบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ
ชาวพม่าที่รอความช่วยเหลือ
ด้านความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากประเทศพม่า และผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศจีน จากรัฐบาลและประชาชนชาวไทยนั้น วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รับมอบเงินบริจาคในนามของประชาชนไทยจำนวน 5 แสนดอลลาห์สหรัฐ ให้แก่นายจาง จิ่วหวน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดแผ่นดินไหวในประเทศจีน
นายจางกล่าวว่า จากที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในมณฑลเสฉวน ประชาชนจีนรู้สึกทราบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่มีพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยประชาชน รวมถึงรัฐบาลไทย ประชาชนชาวไทยให้ความสนใจและให้ความช่วยเหลือ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสองประเทศในลักษณะความเป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งนี้ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนมั่นใจว่าประเทศจีนตั้งใจที่จะขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว และสามารถทำให้สถานการณ์คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนพร้อมเปิดรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ
นายนพดลกล่าวต่อว่า จากการพูดคุยทางการไทยขอให้ทูตจีนพิจารณาว่า หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมสามารถแจ้งมาทางไทยได้ ไม่ว่าจะทีมแพทย์หรือความช่วยเหลืออื่นๆ แม้ว่าจีนจะมีศักยภาพสูงในแง่การให้ความช่วยเหลือประชาชน แต่ขณะเดียวกันในฐานะที่ไทยเป็นมิตรประเทศก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที ทั้งยังได้สอบถามถึงการจัดการแข่งขันโอลิมปิกในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ โดยได้รับคำยืนยันว่าสามารถเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีข้อขัดข้อง ส่วนการเดินทางเยือนจีนของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีนั้น หากทางจีนสะดวกหรือคลี่คลายสถานการณ์ได้แล้วจะเดินทางไปโดยเร็วที่สุด
"อภิรักษ์"พอใจตรวจอาคารสูง
วันเดียวกัน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกตรวจระบบป้องกันภัยและโครงสร้างอาคารสูง เพื่อเตรียมพร้อมรับธรณีพิบัติภัยที่ไม่คาดฝัน บริเวณอาคารชุดลุมพินีเพลส นราธิวาส-เจ้าพระยา และอาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นอาคารสูง 29 ชั้น และ 58 ชั้น ตามลำดับ พบว่าอาคารสูงภาคเอกชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอาคารที่ก่อสร้างหลังเกิดเหตุการณ์สึนามิ พบว่ามีโครงสร้างที่สามารถทนแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 5 ริกเตอร์ แม้ว่าในช่วงนั้นกฎกระทรวงเกี่ยวกับการควบคุมอาคารเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวยังไม่มีผลบังคับใช้ กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่อ่อนไหว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยโครงสร้างอาคารจึงควรต้องรับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 4-5 ริกเตอร์
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังระบุด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเชิญตัวแทนผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารวมหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการปรับปรุงโครงสร้างอาคาร ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
นายสมเกียรติ ขอเกียรติวงศ์ นักวิชาการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล กล่าวว่า นับจากนี้ไปประเทศไทยอาจต้องรับมือกับพายุที่จะพัดเข้ามามากขึ้นในแต่ละปี ทั้งในด้านอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นในมหาสมุทร ทำให้สภาพภูมิอากาศของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน
ทีมแพทย์ไทยถึงพม่าแล้ว
ความคืบหน้าการเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวพม่าของหน่วยแพทย์จากไทยนั้น ช่วงเช้าวันเดียวกัน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยทีมแพทย์เตรียมการล่วงหน้า ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศพม่าแล้ว เพื่อประสานงานเตรียมความพร้อมก่อนที่คณะแพทย์พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จำนวน 30 คน จะเดินทางมาถึงในวันที่ 17 พฤษภาคม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่ม คาดว่าจุดแรกที่จะลงไปปฏิบัติภารกิจน่าจะเป็นบริเวณปากแม่น้ำอิระวดี
นพ.ปราชญ์กล่าวว่า คณะแพทย์จะอยู่ในพื้นที่ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงต้องเตรียมความพร้อมก่อน เพราะทางพม่าให้ไทยรับผิดชอบตัวเอง ทั้งเรื่องการพักอาศัย อาหาร และค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนการให้ความช่วยเหลือจะเน้นในแนวทางใดหรือพื้นที่ใด ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล เพราะต้องรอการประสานงานก่อน เบื้องต้นคณะแพทย์ที่เดินทางไปมีหลายสาขา และจะเน้นการบำบัดรักษาพยาบาลตามที่พม่ามีหนังสือแจ้งผ่านกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานกับผู้ที่รับผิดชอบพื้นที่บริเวณที่มีชายแดนติดกับพม่า ให้ดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดที่อาจติดมากับบุคคลที่ข้ามชายแดนมา
ด้าน รศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ตามที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวพม่าจากพายุนาร์กีสถล่มจำนวน 30 คนนั้น ซึ่งในจำนวนนี้มีทีมแพทย์จากสภากาชาดไทยที่มีทั้งแพทย์และพยาบาลจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สาขาต่างๆ รวมอยู่ด้วย 11 คน โดยหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานจะออกเดินทางในวันที่ 17 พฤษภาคม ในส่วนของการรักษาเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทีมแพทย์สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นประจำ จึงรู้ขั้นตอนดีอยู่แล้ว
หมอ9 รพ.อบรมรับมือโรคระบาด
ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก ร่วมกับทีมแพทย์ประจำงานระบาดวิทยาประจำโรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอ 9 แห่ง จัดอบรมซักซ้อมเครือข่ายเฝ้าระวังโรคระบาดวิทยาระดับจังหวัด ให้แก่แพทย์อนามัยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำชุดเคลื่อนที่เร็ว หรือ เอสอาร์อาร์ที ในพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โรคระบาดที่อาจจะเกิดจากปัญหาการทะลักเข้ามาของประชาชนชาวพม่าในพื้นที่ 5 อำเภอ ที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศไทย ระยะทางยาว 580 กิโลเมตร ภายหลังมีรายงานว่ามีประชาชนชาวพม่าบางกลุ่มที่ทนความช่วยเหลือจากรัฐบาลทหารพม่าไม่ไหว พยายามแอบหลบหนีเข้าเมืองมาอาศัยอยู่ในฝั่งประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือ
นพ.ปัจจุบัน เหมหงษา สาธารณสุขจังหวัดตาก กล่าวว่า การทะลักเข้ามาของประชาชนชาวพม่าอาจทำให้เกิดปัญหาโรคระบาดตามมา เช่น อุจจาระร่วง มาลาเรีย วัณโรคชนิดดื้อยา ไข้กาฬหลังแอ่น ไข้เลือดออก เท้าช้าง และเอดส์ รวมถึงโรคที่เกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคมากับอาหารและน้ำดื่ม หากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริงทีมหมออนามัยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเอสอาร์อาร์ที ทั้งหมดกว่า 150 คน จะสร้างเครือข่ายในระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ เพื่อร่วมกันเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคทะลักเข้าเมืองชั้นใน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
