รัฐบาลหม่องยอม พาทูตขึ้นฮ.สำรวจ สามเหลี่ยมอิระวดี พื้นที่ ที่ประสบภัยพิบัติจากไซโคลนนาร์กีสครั้งแรก เพื่อให้ เห็นกับตา หวังลบคำครหาที่พม่าถูกโลกรุมประณามชาว
พม่า
แถบสามเหลี่ยมลุ่มน้ำอิระวดี ที่เพิ่งโดน
พายุไซโคลนนาร์กีส
ถล่มไปหมาดๆ เมื่อต้นเดือนพ.ค.
เผชิญเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ถูกพายุโซนร้อนพัดถล่มอีกระลอก
ทำให้ต้องพบกับความเดือดร้อนลำบากซ้ำเข้าไปอีก ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ หายนะภัยพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่าพายุลูกใหม่ซึ่งเป็น
พายุโซนร้อน
ได้พัดกระหน่ำบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ซ้ำเติมผู้ประสบภัยราว 2.5 ล้านคน ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกองทัพพม่า ที่พยายามช่วยเหลือประชาชน แม้พายุลูกล่าสุด จะทำให้ถนนหนทางที่ได้รับความเสียหายกลายเป็นถนนที่เต็มไปด้วยโคลนแต่เจ้าหน้าที่พม่ายืนยันการปฏิบัติหน้าที่บรรเทาทุกข์เป็นไปอย่างฉับไว ส่วนที่เมืองโบกาเลย์ซึ่งคาดว่ามีชาวพม่า เสียชีวิตจากพายุนาร์กีสราว 10,000 ศพ ผู้รอดชีวิตบางรายร้องเรียนว่า ถูกกดขี่แรงงานโดยถูกว่าจ้างให้ทุบก้อนหิน เพื่อทำงานก่อสร้างแลกกับเงินเพียง 1,000 จ๊าต (ราว 30 บาท) ต่อวันแต่ไม่มีอาหารให้ ซึ่งที่เมืองโบกาเลย์ สภาพของเมืองยังเกลื่อนไปด้วยซากศพที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น
สื่อของ
รัฐบาลพม่ารายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเพิ่มเป็น 43,318 ศพ เกือบ 28,000 คนยังสูญหาย
และผู้ประสบภัยราว 2.5 ล้านคนกำลังรอความช่วยเหลือ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเตรียมประชุมเพื่อหารือ เกี่ยวกับการช่วยเหลือเหยื่อพายุนาร์กีส โดยจะเป็นการประชุมของเจ้าหน้าที่ระดับสูง คือระดับ รัฐมนตรี และอาจจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯในวันที่ 24 พ.ค.นี้
หนังสือพิมพ์นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลพม่า รายงานว่า ชาวพม่าสามารถฟื้นฟูประเทศได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือ จากที่อื่น ขณะที่นายคยอว์ ตินต์ สเว เจ้าหน้าที่ทูตตัวแทนพม่าประจำยูเอ็น ย้ำในที่ประชุม ที่ประกอบด้วยตัวแทนชาติอาเซียน ประเทศผู้บริจาค และ 5 สมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นกับพม่า จะต้องไม่ถูกนำมาเป็นเรื่องทางการเมือง ทำให้นายซาลเมย์ คาลิลซาด ทูตตัวแทนสหรัฐฯประจำยูเอ็นโต้ว่า ประเทศที่ยื่นมือช่วยเหลือพม่าต่างย้ำเป็นเสียงเดียวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับพม่าเป็นสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม ที่ทุกฝ่ายต้องการรับผิดชอบและไม่มีใครอยากทำให้เป็นเรื่องราวทางการเมือง
นายหลุยส์ มิเชล กรรมาธิการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหภาพยุโรป (อียูเอชเอซี) ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยือนพม่า 2 วัน และจะเดินทางกลับใน 16 พ.ค. เผยว่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปเขตภัยพิบัติ บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ส่วนคำเรียกร้องให้รัฐบาลพม่า เปิดรับบุคลากรบรรเทาทุกข์ต่างชาติก็ยังไม่คืบหน้า ด้านรัฐบาลบังกลาเทศ เรียกร้องให้พม่าเปิดรับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติ ส่วนรัฐบาลญี่ปุ่นจะส่งทูตชื่อนายฮิโตชิ คิมูระ เข้าสู่พม่าพร้อมความช่วยเหลือเพิ่มเติมมูลค่า 410,000 ดอลลาร์ หลังญี่ปุ่นประกาศช่วยเหลือพม่าไปแล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่าหน่วยงานบรรเทาทุกข์ของตน แทบไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้รอดชีวิตจากไซโคลนนาร์กีส แม้จะผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว เพราะข้อจำกัดสุดเข้มงวดของรัฐบาลพม่า ถ้าไม่มีที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์โดยเร่งด่วน ผู้รอดชีวิตจะล้มตายอีกมาก ส่วนองค์การกาชาดสากล (ไอซีอาร์ซี) เตือนว่า สิ่งที่เหยื่อภัยพิบัติต้องการเร่งด่วนที่สุดขณะนี้คือน้ำดื่มที่สะอาด มิฉะนั้นจะล้มตายกันอีกมากในไม่กี่วันข้างหน้า จากโรคระบาดต่างๆ เช่น อหิวาต์ และโรคบิด สหพันธ์กาชาดสากล (ไอเอฟอาร์ซี) ยังประกาศ แผนขอรับบริจาคช่วยเหลือชาวพม่า 50.8 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยว่ามีรายงานผู้ประสบภัยล้มป่วยด้วยโรคอหิวาต์บ้างแล้วในเขตภัยพิบัติและกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่องค์การอนามัยโลกชี้แจงว่า ศพของเหยื่อภัยพิบัติอย่างไซโคลนนาร์กีส หรือแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวนในจีน ไม่ใช่ต้นเหตุของโรคระบาดต่างๆ ดังที่เชื่อกัน เพราะยังไม่มีข้อพิสูจน์แน่ชัด
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานวันเดียวกันนี้ว่า เพราะความช่วยเหลือที่ล่าช้าหรือแทบไม่มีเลย ชาวพม่าในเขตภัยพิบัติต่างแสดงน้ำใจออกมาช่วยเหลือกันเองเท่าที่จะทำได้ แม้บ้านเรือนของตนจะพังและไม่มีอาหารตกถึงท้องเช่นเดียวกัน ชาวพม่าจำนวนมากที่สูญเสียสมาชิกครอบครัว ไร้ที่อยู่อาศัยและหมดเนื้อหมดตัว เพราะไซโคลนนาร์กีส ต่างพากันไปสมัครเป็นอาสาสมัครตามศูนย์ต่างๆ ของไอซีอาร์ซี ช่วยแจกจ่ายเครื่องบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องร่วมชาติที่เดือดร้อนกว่า ขณะที่ผู้ไร้ที่พักพิงเข้าไปแออัดกันตามโรงเรียนต่างๆ เพราะมีฝนตกหนัก แต่รัฐบาลพม่ากลับมีคำสั่งให้เปิดเรียนตามกำหนดใน 1 มิ.ย. ที่จะถึง
มีรายงานด้วยว่า วีดิโอบันทึกภาพศพลอยอืดและอาคารบ้านเรือนที่พังเสียหายย่อยยับเพราะไซโคลนนาร์กีส รวมทั้งที่เมืองปยินซาลู ลาบุตตาและโบกาเลย์บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าโดยเฉพาะในกรุงย่างกุ้ง แม้จะมีราคาถึงม้วนละ 500 จ๊าด แต่พ่อค้าที่ขายวีดิโอบางรายยอมรับว่าตนไม่สามารถดูวีดิโอจนจบม้วนได้เพราะเศร้าสะเทือนใจมาก
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า สถานการณ์ในเขตภัยพิบัติที่ความช่วยเหลือเข้าไปไม่ถึงหรือไม่เพียงพอ เลวร้ายลงเรื่อยๆอย่างน่าตกใจ บางแห่งผู้ประสบภัยทั้งหญิงชายและเด็กๆที่ไร้ที่พักพิง ไม่มีเสื้อผ้าและรองเท้าสวมใส่กลายสภาพเป็นขอทาน พากันเข้าคิวยาวนับไมล์ตามสองข้างถนนท่ามกลางฝนตกหนัก พนมมือขออาหารและข้าวของประดามี จากรถบรรเทาทุกข์ที่นานๆ จะวิ่งผ่าน เมื่อรถคันใดหยุด พวกเด็กๆ จะกลุ้มรุมเข้ามาชูมือสลอนทางหน้าต่างรถ ร้องขอขนมปังและเสื้อผ้าเป็นที่น่าเวทนาอย่างยิ่ง
ค่ำวันเดียวกัน นางชารี วิลลาโรซา อุปทูตประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในพม่าแถลงว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศพม่า จะนำเหล่านักการทูตต่างชาติขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตระเวนสำรวจเขตภัยพิบัติบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีในวันเสาร์ที่ 17 พ.ค. แม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะได้เข้าไปลึกถึงเขตใดบ้างในการเดินทางที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดครั้งนี้ แต่นับเป็นครั้งแรกที่นักการทูตต่างชาติจะได้มีโอกาสเห็นสภาพความเสียหายจากไซโคลนนาร์กีส และปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ ด้วยสายตาตนเอง หลังจากรัฐบาลทหารพม่าถูกรุม ประณามว่าจัดส่งความช่วยเหลือไปช่วยผู้ประสบภัยอย่างล่าช้าไร้ประสิทธิภาพ
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า นายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตัดสินใจส่งนายจอห์น โฮล์มส รองเลขาธิการฝ่ายกิจการมนุษยชน ซึ่งดูแลการประสานงานบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน เข้าพม่าเพื่อพยายามหาช่องทางให้ความช่วยเหลือจากภายนอก เข้าถึงผู้ประสบภัยโดยตรงบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด โดยนายโฮล์มสได้ยื่นขอวีซ่าไปตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. จนถึงขณะนี้ยัง ไม่ได้รับอนุมัติ
ในส่วนความช่วยเหลือของไทย บ่ายวันเดียวกัน นายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลจะตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือเหยื่อนาร์กีส ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินและที่กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยเปิดรับบริจาคช่วงเวลา 08.00-18.00 น. เริ่มตั้งแต่ 17 พ.ค.นี้ โดยสิ่งของที่อยากเน้นรับบริจาค คือเครื่องไถนาขนาดเล็ก เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก สังกะสี ตะปู โครงเหล็ก อุปกรณ์ก่อสร้าง หรือบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ประเภทออมทรัพย์ สาขาย่อยทำเนียบฯ ชื่อบัญชี ศูนย์ รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัตินาร์กีส เลขที่บัญชี 067-0-042412 โดยจะวางระบบการรับบริจาคแล้วจัดส่งไปยังพม่า โดยจะพิจารณาดูจากสิ่งของและจำนวนเงิน ที่ได้รับ ขณะนี้กลุ่มธุรกิจโครงเหล็กได้บริจาคโครงเหล็กมาแล้ว 100 ล้านบาท
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด เผยว่ามีผู้ต้องการบริจาคสิ่งของช่วยชาวพม่าจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ หากสะดวกก็ให้ขนมาบริจาคได้ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งในวันอังคารที่ 20 พ.ค.นี้ จะส่งรถบรรทุก 10 คันแรกเคลื่อนย้ายสิ่งของผ่านไปทางอำเภอแม่สอด เข้าไปทางอำเภอเมียวดีของพม่า ส่วนทีมแพทย์ก็จะได้จัดส่งไปเช่นกันจำนวน 2 ชุด ชุดละ 40 คน ในวันอังคารนี้
ขณะที่กระทรวงไอซีที ได้เตรียมส่งทีมงานไปสำรวจและหาข้อมูลจากพม่า โดยนายมั่น พัธโนทัย รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นายตุล วิน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาของพม่า ที่ได้มาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา และขอสนับสนุนอุปกรณ์ในการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าร่วมกัน เพื่อความแม่นยำในการพยากรณ์อากาศ ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาของไทย พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ทีโอที กสท.ไปรษณีย์ไทยและซิป้า ยังได้มอบเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนชาวพม่าด้วย
ส่วนนายศุภฤกษ์ ตันศรีรัตนวงศ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยและ ของพม่า ให้ความร่วมมือกันอยู่แล้ว โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลกันแล้ว เช่นกรณีพายุโซโคลนนาร์กีส พม่าก็รับทราบและไทยได้แจ้งไปยังพม่าตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. แต่ระบบการสื่อสารภายในพม่ายังไม่ทั่วถึงทำให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารน้อย ขณะเดียวกันชาวพม่าก็ไม่ได้ ตระหนักถึงความรุนแรงของภัยพิบัติธรรมชาติเท่าที่ควร ซึ่งพม่ากำลังจะนำเข้าสู่ที่ประชุมอุตุนิยมวิทยาโลก เพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป
นอกจากนี้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 พ.ค. นายพันธ์เลิศ ใบหยก ประธานกลุ่มโรงแรมใบหยก พร้อมด้วยนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต ส.ว.กทม. และประธานมูลนิธิทนายชาวบ้าน นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานสายการบินโอเรียนไทย และสายการบินเมียนม่าร์แอร์ นำสิ่งของที่เปิดรับบริจาคจากกลุ่มนักธุรกิจและประชาชนทั่วไป น้ำหนักกว่า 30 ตัน มูลค่ากว่า 31.2 ล้านบาท ไปมอบให้แก่ พลจัตวา อู หมิ่น ตัน อธิบดีกรมบรรเทาสาธารณภัยพม่า ที่สนามบินเม็งกาลาบา กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า จากนั้นได้เดินทางไปมอบเงินแก่วัดมิตรภาพไทย-พม่า และวัดถ้ำพญานาค เพื่อสนับสนุนด้านกิจการสงฆ์อีกแห่งละ 1 แสนบาท
นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ไทย ประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า กล่าวว่า จากข่าวที่ปรากฏภายนอก ทำให้เกิดภาพลบกับส่วนราชการของพม่ามาก ตนอยู่ที่นี่มาตลอดยืนยันได้ว่า ทางการพม่าได้มีการแจ้งเตือนภัยมาตั้งแต่ต้น ทั้งทางทีวีและวิทยุ แต่คงเป็นความคาดไม่ถึงมากกว่าว่า มันจะรุนแรงขนาดนี้ ยังนับว่าเป็นความโชคดี ที่เกิดเหตุตอนกลางดึกซึ่งประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในที่พักอาศัย หากเกิดตอนกลางวันที่ประชาชนอยู่ข้างนอก คงสูญเสียมากกว่านี้
ซึ่งผลพวงของพายุจนถึงขณะนี้ระบบสาธารณูปโภคได้ถูกทำลายหนัก ยังไม่สามารถกู้กลับคืนมาสู่ภาวะปกติได้ สำหรับความช่วยเหลือจากไทยขณะนี้มีการขนสิ่งของมาทางอากาศแล้ว 18 เที่ยวบิน และทราบว่าบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังจัดส่งน้ำมันดีเซลมาทางเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อการช่วยเหลือพม่าอีก 5 แสนลิตร เท่าที่ดูทางการพม่าค่อนข้างบริหารจัดการสิ่งของที่มาช่วยเหลือดี อาจมีปัญหาบ้างในบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งต้องจัดส่งทางเฮลิคอปเตอร์
อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ไทยกล่าวต่อว่า ขณะนี้สถานการณ์ภายในกรุงย่างกุ้งถือว่าคลี่คลายไปพอสมควร แต่ที่น่าหนักใจคือประชาชนที่อยู่นอกเมือง กำลังเดือดร้อนหนัก บางพื้นที่ถูกตัดขาด ไม่สามารถจัดส่ง สิ่งของไปให้ได้ ขณะนี้น้ำดื่มถือว่ามีความต้องการสูง รวมถึงยารักษาโรคด้วย เพราะขณะนี้มีเด็กหลายพันคนมีปัญหา ท้องร่วง ซึ่งเกรงว่าจะเกิดโรคระบาดอหิวาต์ได้ สำหรับอาหารที่จะส่งมาอยากให้เป็นอาหารที่พร้อมจะรับประทานได้เลย เพราะชาวบ้านไม่สามารถมานั่งหุงหาได้
สำหรับต้นศรีมหาโพธิ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงปลูกเอาไว้กลางกรุงย่างกุ้ง เมื่อครั้งเสด็จเยือนประเทศพม่าเมื่อหลายสิบปีก่อน จากการสอบถามกับท่านเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงย่างกุ้ง ท่านได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ไม่พบว่ามีความเสียหายแต่อย่างใด ถือว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก เพราะพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นช่องทางที่พายุไซโคลนนาร์กีสพัดผ่าน แต่ไม่ได้รับความเสียหาย ขณะที่ต้นไม้อื่นที่อยู่บริเวณใกล้ๆกันหักโค่นล้มลงจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ทั้งประชาชนและข้าราชการไทยที่อยู่ที่นี่ ทุกคนรู้สึกซาบซึ้งพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เป็นอย่างมาก ที่นอกจากจะส่งสิ่งของและเจ้าหน้าที่แพทย์มาช่วยเหลือประชาชนชาวพม่าแล้ว ยังมีพระเมตตาต่อข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่นี่ด้วย นายมาตยวงศ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานจากกรุงย่างกุ้งว่า จากฤทธิ์พายุไซโคลนนาร์กีสที่ถล่มกรุงย่างกุ้ง ได้ทำลายระบบสาธารณูปโภคลงอย่างสิ้นเชิง จนถึงขณะนี้ภายในตัวเมืองส่วนใหญ่ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ จะมีเพียงบาง บ้านโดยเฉพาะบ้านหลังใหญ่ๆ ของผู้ที่มีฐานะดีเท่านั้น ที่มีเงินซื้อน้ำมันดีเซลซึ่งมีราคาสูงถึงกว่าเท่าตัว ตกลิตร ละเกือบ 150 บาท เพื่อนำมาปั่นไฟฟ้าใช้ภายในบ้าน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความมืดมิด โดยจุดเทียนและตะเกียงส่องสว่างแทนแสงไฟ ขณะที่ถนนหนทางก็ถูกทำลายไปมาก ไม่มีไฟส่องสว่างจึงเป็นที่น่าหวาดกลัว เกี่ยวกับการเกิดอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม มีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น ที่สายไฟฟ้าไม่ถูกทำลาย ทำให้มีไฟฟ้าใช้
ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 16 พ.ค. โทรทัศน์ของทางการพม่ารายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนนาร์กีสเพิ่มขึ้นเป็น 77,738 ศพ ยังสูญหายอีก 55,917 คน สาเหตุที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นจากเดิมมากเป็นเพราะความยากลำบากในการยืนยันตัวเลข ก่อนหน้านี้ องค์การกาชาดสากลประเมินว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจถึง 128,000 ศพ ขณะที่สหประชาชาติประเมินที่ 100,000 ศพ