ค่าเงินดอลลาร์แข็งทันที หลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐออกมาแสดงความกังวลต่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนจนกระทบต่อเงินเฟ้อ นักวิเคราะห์ชี้เป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะเลิกหั่นดอกเบี้ย และเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งขึ้นทันทีหลังจากนายเบน เบอร์นันกี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์และปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งความเห็นดังกล่าวถูกนักวิเคราะห์ตีความว่าเฟดกำลังส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยอีกเนื่องจากกังวลปัญหาเงินเฟ้อ นอกจากนี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเลยที่ประธานเฟดจะออกมาพูดโดยตรงเกี่ยวกับค่าเงินและปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งการแสดงความเห็นของนายเบอร์นันกี้ได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์หลายคน
นายเบอร์นันกี้พูดเรื่องนี้ขณะร่วมประชุมนโยบายการเงินในประเทศสเปนผ่านดาวเทียม โดยกล่าวว่า เฟดกำลังเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์ที่มีผลต่อเงินเฟ้อ รวมทั้งความคาดหวังต่อเงินเฟ้อ ดังนั้นเฟดจะยังคงสร้างนโยบายเพื่อป้องกันความเสี่ยงในทั้งสองฟาก นั่นก็คือการรักษาเสถียรภาพเงินเฟ้อและการสร้างงานเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ
ประธานเฟดกล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐว่า แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะยังเซื่องซึมแต่ก็พร้อมจะฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และการมีเสถียรภาพของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้เชื่อว่าไตรมาสที่สองปีนี้จะได้เห็นสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
นายแอนดรูว์ บุช แห่งบีเอ็มโอ แคปิตอล มาร์เก็ต กล่าวว่า การที่ประธานเฟดพูดถึงความสำคัญของอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของท่าทีเฟดที่มีต่อค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งหมายถึงว่าเฟดมีความวิตกว่าค่าเงินดอลลาร์อ่อนในขณะนี้สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ดังนั้น เฟดจึงไม่เต็มใจจะลดดอกเบี้ยอีก และบางทีอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าพร้อมจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์เทียบกับยูโรในตลาดนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน อยู่ที่ 1.5446 ดอลลาร์ต่อยูโร แข็งค่าจากวันก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 1.5540 ดอลลาร์ต่อยูโร ต่อมาในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียววันที่ 5 มิถุนายน ค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ 1.5458 ดอลลาร์ต่อยูโร และ 105.13 เยนต่อดอลลาร์
ทางด้านองค์การความร่วมมือเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ได้ปรับลดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐปีนี้ลงจาก 1.4% เหลือ 1.2% โดยมีแนวโน้มว่าไตรมาสที่ 2 จะหดตัวเหลือ 0.5% และเกือบจะหยุดนิ่งตลอดปี ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นในปีหน้า ทั้งนี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโออีซีดีชี้ว่าการที่เศรษฐกิจสหรัฐประสบกับปัญหาภายในอย่างรุนแรง จำเป็นต้องอาศัยการค้ากับต่างประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพราะขณะนี้ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนส่งผลดีต่อการส่งออกของสหรัฐ นอกจากนี้ สหรัฐควรพร้อมที่จะลดดอกเบี้ยลงอีกจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว
หน้า 18
ข้อมูลจาก มติชน
