พร้อมยอมให้กัมพูชาผลักดันเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เตรียม ขอความเห็นชอบ ครม. พรุ่งนี้ ก่อนให้ รมว.ต่างประเทศลงนาม ส่วนแผนที่ฉบับใหม่ยังเป็นความลับนพดล ปัทมะ
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ว่า มีการหารือเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน 46 ตารางกิโลเมตร เชิงเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางก่อนที่ในที่สุดจะเห็นชอบในคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และเห็นชอบแผนที่ตามที่ประเทศกัมพูชาจัดทำขึ้นมาใหม่
รมว.การต่างประเทศ กล่าวต่อว่า ตามแผนที่ใหม่จะเป็นการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหารเท่านั้น ไม่มีการรุกล้ำพื้นที่ทับซ้อน หรือ กระทบต่อดินแดนอธิปไตยของทั้ง 2 ประเทศ
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ นายนพดล กล่าวว่า หลังจาก สมช. เห็นชอบคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาและแผนที่ตามที่ประเทศกัมพูชาจัดทำขึ้นมาใหม่แล้วกระทรวงการต่างประเทศจะนำเรื่องดังกล่าว เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (17 มิ.ย.) และหาก ครม. เห็นชอบจะมอบหมายให้ตนเองไปลงนามในคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการมรดกโลกขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงพื้นที่ทับซ้อนเชิงเขาพระวิหาร ที่มีชาวกัมพูชาเข้าไปจับจองใช้ประโยชน์ทั้งปลูกบ้าน สร้างตลาดและวัด ว่า จะเร่งไปเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาโดยเร็ว ทุกอย่างจะต้องทำอย่างถูกต้องและไม่มีใครเข้ามารุกล้ำในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ทุกอย่างทำอย่างโปร่งใส ไม่มีการนำผลประโยชน์ของชาติไปแลกกับผลประโยชน์ของบุคคล แต่การเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว อาจต้องใช้เวลาบ้าง เพราะการเข้ามาจับจองของประชาชนกัมพูชามีมาตั้งแต่ปี 2543
นายนพดล กล่าวถึงสาเหตุที่ให้ทหารยุติการแสดงความคิดเห็นกรณีแผนที่เขาพระวิหารว่า ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งหรือ ปลุกปั่นให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศ และเกรงว่า จะมีการนำเรื่องดังกล่าว ไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะกัมพูชาจะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ ส่วนจะสามารถเปิดเผยแผนที่ใหม่ได้เมื่อไรนั้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและจะไม่มีการปิดบังซ่อนเร้นอย่างแน่นอน โดยเชื่อว่า การลงนามครั้งนี้ จะไม่เป็นปัญหาในอนาคต จึงไม่ต้องหาคนมารับผิดชอบ