หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียนรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (29 มิ.ย.) อ้างผลการศึกษาของ ดร.ซู แอน โซลลิงเกอร์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ในสกอตแลนด์ที่ระบุว่า เสียงอึกทึกในเมืองใหญ่ทำให้พฤติกรรมการร้องเพลงของนกเปลี่ยนไป อาทิ การตะเบ็งเสียงร้องให้ดังขึ้นเพื่อแข่งกับเสียงรถ หรือเปลี่ยนมาร้องเพลงในตอนกลางคืนแทน ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของนกถึงขั้นอาจทำให้สูญพันธุ์ได้ผลการศึกษาพบว่าการที่นกตัวผู้ต้องร้องเสียงดังขึ้น หรือร้องในระดับความถี่ที่สูงขึ้นอาจทำลายเส้นเสียง และการได้ยินของนก แถมยังส่งผลให้เสียงร้องของนกเหล่านี้โหวกเหวก และไร้ความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้นกตัวผู้เรียกความสนใจจากนกตัวเมียได้น้อยลง และทำลายโอกาสการจับคู่ผสมพันธุ์
รายงานฉบับนี้ได้ยกตัวอย่างนกไนติงเกลในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่ต้องร้องเสียงดังถึง 14 เดซิเบล แข่งกับเสียงอึกทึกของเมือง ซึ่งถือว่าดังกว่าเพื่อนพันธุ์เดียวกันที่อยู่ในป่ามาก โดยช่วงที่นกจะส่งเสียงดังมากที่สุดคือช่วงเช้าวันทำงาน ขณะที่นกบางชนิด อาทิ นกโรบิน ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเลือกที่จะร้องเพลงตอนกลางคืนแทน ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้นกเสี่ยงที่จะถูกโจมตีได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้นกหมดเรี่ยวแรง และเครียด เพราะต้องตื่นมาหาอาหารในตอนกลางวันด้วย ขณะที่นกพันธุ์เล็กก็ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันของสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ทำให้เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์
เปิดเกมรุก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทล.สอนหลักสูตรป้องภัยยาเสพติด
ตำรวจทางหลวงเปิดยุทธศาสตร์เชิงรุก นำโครงการ D.A.R.E อบรมเด็กนักเรียนปฐมวัย ณ จ.ปัตตานี หวังลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่เสี่ยง จุดกำเนิดปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
