ตั้งหน้าบี้จีนปล่อยค่าหยวนแข็ง ห่วงน้ำมัน-อาหารแพงกระทบโลกจี 8 ออกแถลงการณ์ ห่วงภาวะน้ำมัน-อาหารแพง กระทบ ศก.โลก แต่เชื่อ ศก.โดยรวมจะยังปรับตัวได้ ตั้งหน้าบี้จีนให้ปล่อยค่าเงินหยวนแข็ง แต่ไม่ยอมเอ่ยถึงปัญหาเงินดอลลาร์อ่อน เห็นพ้องลดก๊าซเรือนกระจกลง 50% ภายใน ค.ศ.2050
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ (จี 8) ซึ่งประชุมกันที่ญี่ปุ่นเป็นวันที่สอง ได้ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงความกังวลอย่างมากต่อปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงและอาหารที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้ เพราะจะสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกที่ได้รับแรงกดดันจากปัญหาการเงินตึงตัวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในระยะยาวแล้วเศรษฐกิจของกลุ่มจี 8 จะสามารถปรับตัวได้ดี โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจใหม่นั้นจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
รายงานข่าวเปิดเผยว่า แถลงการณ์ของจี 8 ยังได้กล่าวอ้อมๆ โดยไม่ยอมระบุชื่อประเทศ เรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจใหม่บางประเทศที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงควรจะได้ดำเนินการเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยควรที่จะได้มีการปรับปรุงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งแม้แถลงการณ์ไม่ได้ระบุชื่อ แต่ก็เป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปว่าหมายถึงจีน
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่ามายาวนานนั้น แถลงการณ์ของจี 8 ไม่ได้มีการกล่าวถึง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้ย้ำกับที่ประชุมว่าสหรัฐสนับสนุนนโยบายดอลลาร์แข็ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนนั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้ง จี 8 และประเทศเศรษฐกิจใหม่ แต่ในการประชุมนี้ไม่มีการพูดคุยอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
สำหรับปัญหาสินเชื่อโลกตึงตัว ซึ่งมีปฐมเหตุมาจากวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ในสหรัฐอเมริกานั้น แถลงการณ์จี 8 กล่าวถึงเพียงเล็กน้อย โดยอ้างว่าตลาดเงินและสินเชื่อปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่ความตึงเครียดอย่างรุนแรงยังดำรงอยู่
ที่ประชุมยังกล่าวแสดงความยินดีต่อการประชุมรัฐมนตรีการค้าที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคม ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหาข้อสรุปการเจรจาการค้าเสรีพหุภาคีรอบใหม่หรือรอบโดฮา ขององค์การการค้าโลก ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
ทางด้านปัญหาโลกร้อน จี 8 เห็นพ้องที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อย 50% ภายในค.ศ.2050 อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศมีอิสระที่จะกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซของตัวเองบนฐานความแตกต่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาปฏิเสธแนวคิดที่จะกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซแบบครอบคลุมทั้งหมดยกเว้นแต่ว่าประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่จะทำอย่างเดียวกัน
หน้า 18
ข้อมูลจาก มติชน
